เราเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเงิน 1,000 บาท เป็นทุนการศึกษาให้เด็กบนดอย ได้ตั้ง 1 ปี
โดย wann
wann
#1
"เราเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเงิน 1,000 บาท เป็นทุนการศึกษาให้เด็กบนดอย ได้ตั้ง 1 ปี "

กระเป๋าของพวกเราหนึ่งใบ เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน -- สร้างอนาคตเด็กได้มากกว่า 30 คน อืมมม..ไม่อยากจะคิดต่อเลย

..ที่ว่ามาเนี่ยไม่ใช่จะเลิกซื้อกระเป๋าแพง ๆ นะคะ แต่เราคงจะหันมามองคุณค่าของเงินมากขึ้น จากเงินเดือนละ 100 บาท ทุกเดือน ก็จะช่วยเด็กได้หนึ่งคน ในระยะวลา 1 ปี



น่าคิดไหมละคะ ว่าเงินพันกว่าบาท จะมีประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคน ๆ หนึ่งมากขนาดนี้ (หรืออาจจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งครอบครัวของเด็กคนนั้นก็เป็นได้)

บางคน อาจคิดว่าคนที่เกิดมายากจนต้องขยัน ต้องดิ้นรน ต้องยืนหยัดด้วยตัวเองสิ จะมาขอคนอื่นทำไม!!! แต่อยากจะบอกว่าเท่าที่เห็นมา โอกาสทุก ๆ อย่างของพวกเค้าแทบจะไม่มีเลย




แม้ว่าจะมีกลุ่มที่ก่อตั้ง "กองทุนเด็กดอย" เพื่อให้ความช่วยเหลือ มานานกว่า 9 ปีแล้ว

แต่ก็ไม่ได้ช่วยเด็กได้มาก (ในความคิดเรา) เพราะจำนวนเงินที่ได้รับบริจาคนั้นมีน้อย ต้องจัดสรร ปันส่วน คัดเลือกเด็กแค่จำนวนหนึ่ง มารับทุน -----

เห็นได้จาก ทุนการศึกษาปีนี้ (ปีการศึกษา 2551) มีเด็กที่ได้รับทุนจากกองทุนเด็กดอยทั้งหมดแค่ 45 คน ถ้าเปรียบกับปีที่แล้ว 2550 นักเรียนที่ได้รับทุน 26 คน

...แต่ได้แค่นี้ พวกเค้าดีใจกันมากที่จำนวนเด็กได้รับทุนการศึกษาเพิ่มขึ้นเท่าตัว และก็คาดหวังกันว่าตัวเลขของเด็กที่ได้รับทุนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ที่มาบอกต่อเพื่อน ๆ ในนี้ เพราะเห็นว่าเป็นชุมชนใหญ่พอสมควร & เพื่อน ๆ ใน SBN ใจดีกันมาก คงจะมีไม่น้อยที่จะช่วยสมทบทุนเพื่อใช้ในการศึกษาของเด็กดอย


อาจจะให้ตังค์ ให้อุปกรณ์การเรียน หรือให้ของอะไรก็ได้ ตามแต่ศรัทธาค่ะ --

ช่วยกันเติมต้นทุนแก่เด็กๆ ชาวเขา ต.แม่ยาว จ.เชียงราย ทุนละ 1,000 - 3,000 บาท/ปี ต่อเด็ก 1 คน



สามารถโอนเงินผ่านธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี กองทุนเด็กดอย เลขที่บัญชี 539-1-19090-8

สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย บัญชีออมทรัพย์

-----------------------------------

Khung Thai Public Company Limited Hayaek Phokhun Mengrai Branch Bank account ; 539-1-19090-8

Account name ; Childen hill tribe fund


***การจัดส่งอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน เครื่องกีฬา ชุดนักเรียนมือสอง***

ส่งถึง "กองทุนเด็กดอย" มูลนิธิกระจกเงา 241 หมู่1 บ้านห้วยขม ต.แม่ยาว อ.เมือง เชียงราย 57100

โทร. 053-737-412-3 http://www.bannok.com/hillchild/

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------


ขอบคุณทุก ๆ คนนะคะ ที่มาร่วมรับรู้
wann
#2
ข้อมูลเพิ่มเติมส่วนหนึ่งจากจดหมายของเด็กที่ได้ทุน (ข้อความที่สะกดผิด อ่านไม่ค่อยเข้าใจ เราไม่ได้พิมพ์ผิดนะคะ แต่เด็กเค้าเขียนมาตามนี้คะ)


ข้าพเจ้า นางสาววิซู มาเยอะ ปัจจุบันเรียนอยู่ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ปวช.3 คณะคหกรรม สาขาผ้าและเครื่องแต่งกาย


ตลอดระยะเวลา 1 ปี นี้อยากจะเล่าให้ฟัง ว่าเจออะไรมาบ้าง ตั้งแต่ปี 51 หลังจากหนูปิดเทอมแล้วประมาณเดือนมีนาคม

หนูก็ได้ไปทำงานที่ กทม. โดยที่ไม่เคยไปเลย ก็ให้เพื่อนมารับที่ท่ารถ เพื่อนบอกว่ามีงานเยอะเยอะ

แต่พอไปถึงที่ทำงาน ด้วยตนเองเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก แต่เป็นคนที่รู้จักงาน กว่าจะได้งานต้องรออีกหลายวัน เงินที่เอาไปด้วยหรอยหรอลงทุกวัน

หนูได้งานที่ห้างสรรพสินค้าที่ เมเจอร์รัชโยธิน เป็นเด็กเดินอาหารที่ร้าน MK แม่กับพี่สาวเป็นห่วง ขอให้กลับมาที่บ้าน ถือว่าไปเที่ยว

แต่ในความคิดของหนูคือ ในเมื่อมาแล้วต้องทำต่อเราจะถ้อยไม่ได้ ไม่คุ้มค่ารถกลับไปมา หนูก็เลยหางานทำใหม่

ได้งานแม่บ้านล้างจานแล้วดูแลห้องน้ำในร้านอาหารแถวรัชดา ที่แห่งนี้หนูรู้สึกว่าเป็นกันเองมากกว่าเดิม


ท่านรู้ไหมค่ะว่าระหว่างที่หนูอยู่ กทม. ต้องเจออะไรบ้าง ต้องประหยัดสุดๆ ค่ะ ถือได้ว่าประสบการณ์ในเรื่องการอยู่คนเดียว เป็นไง การใช้ชีวิตของโลกภายนอก

หนูได้เช่าห้อง 1,000 บาท ห้องแคบมากเลยค่ะ ผ้าห่ม พัดลม ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ต้องอาศัยเพื่อนเอามาค่ะ เข้างาน 16.00 – ตี 1.30 นะค่ะ

บางวันเดิน ถ้าเดินไป 30 นาทีค่ะกว่าจะถึง ถ้าขี้มอไซด์เที่ยวละ 12 บาทค่ะ บางวันถ้าเพื่อนหนูไม่มาต้องขี้แท็กซี่ไปกับคนที่ทำงานด้วยกันค่ะ

ชีวิตของเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ แต่รู้สึกว่าชีวิตของหนู ชีวิตแบบจนๆ ไม่มีทางเลือกมากนัก



ความรู้สึกตอนนี้เป็นแบบนี้ลำบากพอสมควร ต่างจากเพื่อนๆ อีกหลายๆ คน ที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานเพราะไม่เคยได้ทำงาน อาศัยพ่อแม่

แต่หนูไม่มีพ่อแม่ให้พึ่ง พ่อมีภรรยาใหม่ แม่ก็เป็นโรค ทำงานรับจ้างไม่ได้ จึงต้องอาศัยพี่สาวอย่างเดียว ภาระเลยตกอยู่ที่พี่สาว

ทุกวันนี้ต้องช่วยพี่สาวขายผัก ตั้งแต่ 4.30 น. พอกลับจากเรียนก็ช่วยถึง 2 ทุ่ม ขายของข้างทาง

อยากจะบอกว่าลำบากตอนที่แบกของไปมา น้อยคนมากที่รับที่หนูทำงานแบบนี้ อยากให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่จริงๆ ของหนู

ถึงแม้ว่าอายขนาดไหนต้องทำ เพราะต้องดันตัวเองให้ขึ้น ถ้าไม่เคยสัมผัสก็จะไม่มีใครรู้ว่าชีวิตแบบนี้ลำบากแค่ไหน


อยากจะบอกว่าเรียนมาได้ถึงทุกวันนี้ เงินค่าเทอมส่วนหนึ่งก็มาจากที่ได้จากมูลนิธินี้เหละค่ะ

ต้องขอขอบคุณผู้อุปการะทุกท่านที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ ในด้านการทุนการศึกษาหนู เกรดเฉลี่ยเทอมที่แล้วได้ 3.50 ค่ะ

อาจจะไม่มากแต่ก็ได้ตั้งใจเรียนแล้วค่ะ ต่อไปก็ถ้ามีโอกาสเรียนต่อก็จะตั้งใจเรียนมากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ



http://www.bannok.com/hillchild/autopage/show_all.php?h=55&page=1

---------------------------------------------------------------------------------------
iLilo
#3
ขอบคุณ คุณ Wann นะค่ะสำหรับเรื่องดีๆ
สงสัยต้องแบ่งเงินค่าน้องเป๋าให้น้องๆเค้าบ้างแล้วหล่ะ
อ่านแล้วย้อนดูตัวเองเลยว่า โชคดีแค่ไหนที่เกิดมา
ไม่ต้องลำบากขนาดนั้น ขอบคุณค่ะ
ting_ja
#4
ขอบคุณ น่ะค่ะ

จะได้ร่วมทำบุญกัน
auengila
#5
ขอบคุณมากค่ะเจ้าของกระทู้ เราจะได้ไปร่วมกันทำบุญกันเนอะๆๆ

คือมีจิตสำนึกในเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่ปี1เทอมสุดท้ายอะค่ะตอนนี้ก็อยู่ปี3แล้ว
เพราะเคยได้ยินคนว่ามาทางอ้อม
เราเลย คิดได้แล้วก็บริจาคเงินให้กับเด็กหรือโครงการ
ค่ายอาสา ต่างๆที่มหาลัยและคณะจัดอยู่เรื่อยๆ
เพราะทุกครั้งที่เห็นคนมาขอบริจาคค่าย
คำที่โดนว่ามาก็จะลอย...มา 555

จากประสบการณ์จริงเลยค่ะ โดนฝากบอกมาทางแฟนอะค่ะ...

ว่า "กระเป๋าน้องเอื้องนี่สามารถเป็นค่าอาหารเด็กกลางวันบนดอยได้ไม่รู้กี่มื้อเนอะ"

ซึ่งตอนนั้นเพิ่งถอยใบใหม่มาเลยค่ะ แล้วแฟนก็รู้ราคาว่าเหยียบแสน
พอแฟนบอกพี่คนนั้น รุ่นพี่เค้าก็ตกใจ แล้วแฟนก็เลยเอามาบอกเรา

คนที่พูดเค้าเป็นรุ่นพี่ที่ชอบทำค่ายอาสาพัฒนาชุมชน
แล้ววันนั้นเป็นเซคที่มีทุกชั้นปีเรียนด้วยกัน
เรากะแฟนแล้วก็เพื่อนเค้าที่เป็นรุ่นพี่ก็เรียน
แต่เราเรียนห่างๆกันเพราะอยู่ด้วยกันไม่ได้เดี๋ยวไม่เรียน
พอเราเดินเข้าห้องเรียนมา เพราะแฟนเราเข้าไปนั่งก่อนแล้ว
เค้าก็ถามแฟนเราว่า "เห้ย กะเป๋าน้องเอื้องนี่ราคาเท่าไหร่อะ"

เพราะเค้าก็พอรู้ว่ายี่ห้อนี้มันเป็นยี่ห้ออะไร เค้าเลยอยากรู้ราคา

แล้วแฟนเราเค้าก็เอามาบอกเราว่าพี่เค้าพูดแบบนั้น
พอวันนั้นได้ยิน หน้านี่ชา....เลยค่ะ

คิดได้ค่ะ นั่งคำนวนใหญ่เลยว่ามันกี่มื้อเป้นค่าอาหารได้กี่ปีหว่า...
แฟนก็บอกไม่ต้องคิดมากๆๆ

เค้าก็ปลอบใจ ว่า "เรามีกำลังซื้อของพวกนี้ได้ แต่กะแค่เงินบริจาคเล็กๆน้อยๆ
ให้กับคนที่เค้าไม่มีโอกาสแบบเรามันคงไม่หนักหนาสำหรับตะเองใช่มั้ย"

เราเลยคิดได้เลยค่ะ ไม่ได้เลิกซื้อแต่แค่แบ่งบันให้กับสังคมหรือผู้ด้อยโอกาสบ้าง



สุดท้าย...นู๋อยากให้เราได้มองเห็นถึงผู้ด้อยโอกาสในสังคมนะคะ
แล้วทุกคนจะรู้สึกและสัมผัสได้ถึงใจเค้าค่ะ

ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ให้การศึกษา ให้นู๋ไม่มีชีวิตที่ลำบาก
ให้มีโอกาสทางสังคม
ไม่ลำบาก มีความสุขสบายค่ะ

ขอบคุณค่ะ:D
nnkk
#6
มาช่วยค่า ชอบทำบุญค่า เดี๋ยวโอนเลยจ้า (เร็วกว่าซื้อกระเป๋าเลยนะเนี่ย)
wann
#7
ว่าแล้ววว สาว ๆ ที่นี่ใจดีคะ

คุณ auengila ไม่ต้องคิดมากคะ จะซื้อเป๋าแพงแค่ไหน ถ้าซื้อแล้วไม่ได้เดือดร้อน ก็ถือว่าเรามีความพอเพียงอยู่จ้า

คุณ nnkk คุณ ting_ja คุณ iLilo มาร่วมด้วยช่วยกัน ขอให้สวย ๆ มีเป๋าถูกใจใช้เยอะ ๆ นะคะ

ส่วนเรื่องบริจาค เราก็บริจาคแบบพอเพียง มีมากให้มาก มีน้อยใช้น้อย

& ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่บริจาค แล้วไม่ได้โพส หรือออกนาม ด้วยนะคะ

ปีการศึกษาหน้า คงมีเด็กได้เรียนหนังสือเพิ่มขึ้นอีกมาก คาดว่างั้นน้า
jiji_ch
#8
[SIZE="5"]อยากให้ mod ปักหมุดไว้จังเมื่อไหร่ที่กำลังทรัพย์มันเหลือเฟือ(ให้โดยที่ตนไม่ลำบากใจคือการให้ที่ประเสริฐ)มันจะได้ไม่หายไปพร้อมแล้วจะได้ทำบุญบ้าง
barumbum
#9
โห น่าสงสารจังเลยยยย

เดี๋ยวช่วยก่อนๆๆๆ
s
#10
ขอบคุณ จขกท.นะคะ สำหรับความเอื้อเฟื้อ ข้อคิดดีๆ และความมีน้ำใจค่ะ
ปีใหม่นี้จะได้นำเงินมาช่วยเหลือเด็กๆ
:)
cottonchef
#11
อยากให้มีกระทู้ดี ดี แบบนี้เยอะ ๆ ค่ะ น่าสนับสนุนนะคะ

เคยเห็นเด็กพวกนี้แล้วรู้สึกอิ่มออกอิ่มใจค่ะ ใส และ บริสุทธิ์มากค่ะ ไม่มีอะไรแต่งแต้มเลย

ตัวเราเคยนำเสื้อผ้าไปบริจาคตามเขา ตามบ้าน เสื้อที่แม้แต่แม่บ้านเรายังไม่ใส่ แต่สำหรับพวกเค้า

มันเป็นเหมือนสวรรค์ส่งมาให้เลยค่ะ ยิ่งหนังสือ ดินสอ สี นะคะ ยิ้มแก้มปริทั้งวันกันเลยค่ะ :)

แม้แต่น้อย คนได้เรียนก็ไม่อยากเรียน คนไม่มีโอกาสต้องดิ้นรนขวนขวาย นี่แหล่ะค่ะ สัจธรรม

ขอบคุณ คุณว่านนะคะ ใจดี แถมใจบุญอีกนะคะเนี่ย ;)
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3