เรื่องแอบอ้างว่าเป็นกระเป๋าที่ซื้อจากพนักงาน Dior Shop ฝรั่งเศส เป็นกระเป๋าสำหรับพนักงาน
“จากฝรั่งเศส จากพนักงานของดิออร์ค่ะ เหมือนพวกแอรเมสที่กระเป๋าให้คนในอาจมีจุดแตกต่างมีแสตมป์ หรือมีจุดที่จะไม่เหมือนกะกระเป๋าที่ขายราคาเต็มในช้อป”
ประโยคนี้สาหัสเลยค่ะ คุณโอ๋สามารถส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมายของ Dior ได้เลย ทั้งที่ไทยหรือจะ Dior ฝรั่งเศสโดยตรงก็ได้ เพราะ
1. แอบอ้างว่าซื้อขายกับพนักงานของ Dior นอกช้อป เป็นไปไม่ได้เลย จริงอยู่พนักงานสามารถซื้อในราคาพนักงานแต่ไม่ใช่รุ่นที่เป็น signature คอลเลคชั่นใหม่เลย ส่วนใหญ่จะแนวง่อยๆขายไม่ออก และใช้สิทธิ์ได้แค่ปีละ 1-2 ครั้ง และเป็นการซื้อในระบบอยู่ดีมีเอกสารการซื้อ แต่ทำ tax refund ไม่ได้เพราะเป็นคน local ดังนั้นราคาก็ไม่ได้ลดมากมายอีก
ที่อ้างว่าแอบซื้อจากพนักงานไม่ผ่านระบบของช้อป, สินค้าหลุด QC. จากโรงงาน, ผลิตจากโรงงานเดียวกัน, วัสดุจากที่เดียวกัน ทั้งหมดนี้แปลว่า “ปลอมค่ะ” สินค้าแบรนด์เนมระดับ Hi-end อย่าง Hermes, Dior, Louis Vuitton, Chanel ไม่มีการขายนอกระบบค่ะ
แม้ว่าสุดท้ายแล้วคุณกี้จะอ้างว่าโดนหลอกขายโดยพนักงาน เหมือนกรณีเคสของ Hermes ที่มีการทุจริตโดยช่างและพนักงานแอบผลิตกระเป๋าขึ้นมาโดยไม่ผ่านระบบของ Hermes แล้วหลอกขายลูกค้า “นอกร้าน” ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อปีที่แล้ว Hermes ก็ประกาศแล้วว่ากระเป๋าทุกใบที่ถูกซื้อไปเป็น “ของปลอม” เพราะไม่ผ่านระบบการซื้อขายอย่างถูกต้องภายในช้อปของ Hermes และ Hermes ก็ไม่รับผิดชอบในกรณีที่ลูกค้าซื้อจากการทุจริตด้วย
2. DIOR, LOUIS VUITTON, CHANEL หรือแม้แต่ HERMES ไม่มีการทำกระเป๋าให้แตกต่างสำหรับคนในอย่างที่คุณกี้อ้างค่ะ Hermes อนุญาตให้ช่างเย็บกระเป๋าเท่านั้นผลิตกระเป๋าสำหรับใช้เองห้ามซื้อขายได้เป็นปีๆครั้งเป็นรางวัลเท่านั้น กระเป๋าถูกผลิตขึ้นตามปกติทุกอย่าง แค่จะมีการปั๊มรูป shooting star ข้างๆ โลโก้ Made in เล็กๆไว้เป็นสัญลักษณ์เท่านั้น และกระเป๋าเหล่านี้ผ่านระบบของ Hermes ถูกต้อง Hermes รับรู้ ถือเป็นของแท้ แต่ห้ามซื้อขาย ถ้าแอบซื้อขายช่างที่เป็นเจ้าของกระเป่าใบนั้นจะถูกไล่ออกทันทีค่ะ
เรื่องแอบอ้างว่าได้เคยนำกระเป๋าไปที่ Dior Shop ไทยพร้อมกับลูกค้าแล้ว เมเนเจอร์บอกว่าแท้
“ของที่เราขายเคยเข้าช้อปดิออร์บอกแท้วันนี้บอกปลอม ทางคนที่ตรวจสอบก็ต้องคุยกับช้อปดิออร์นั่นเองค่ะ เราก็เป็นคนซื้อมาเหมือนกัน ถ้าคนทำงานในช้อปบอกไม่เหมือนกันกะคนตรวจสอบก็เป็นความรับผิดชอบของทางดิออร์แล้วล่ะค่ะ เราก็คือลูกค้าคนนึงเหมือนกัน”
เรื่องนี้คุณโอ๋ก็แจ้งเรื่องแอบอ้างให้ทาง Dior ไทยได้เลย เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่พนักงาน Dior จะบอกว่าใบนี้หรือเย็บแบบนี้เป๊ะหรือซื้อมาล็อตเดียวกันเป็นของแท้ เพราะมันปลอมมาก ปลอมโดดเด่นชัดเจน
เรื่องความปลอม: กระเป๋าใบนี้เป็นของปลอมแน่นอน และไม่ใช่เกรดสูงด้วย เพราะสามารถบอกได้จากรูปมิติเดียวเลย
เอาตรงที่ชัดๆ ว่า LADY DIOR LAMBSKIN MEDIUM 2010 ของแท้ต้องเป็นแบบนี้แน่นอนนะคะ “ขอย้ำว่า 2010 นะค๊า เพราะก็เหมือนทุกแบรนด์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์วิธีการเย็บการปั๊มบ้างในแต่ละปี แต่ไม่ใช่ทำไม่เหมือนใบอื่นในปีเดียวกันอยู่ไม่กี่ใบนี่ไม่ใช่อ่ะค่ะ”
- 2010 แผ่นหนังรองโลโก้ หนังเดียวกับกระเป๋าเสมอ (ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลย อย่างน้อยตั้งแต่ 2007 ถึงปัจจุบัน คงก่อนหน้านั้นอีกแต่อ้อเริ่มซื้อ Lady Dior เมื่อ 2007 ค่าเลยเอาแค่ที่ชัวร์) และไม่ใช่แค่หนังเดียวกันเฉยๆ แต่เป็นจากผืนหนังผืนเดียวกันเลยด้วย เนื้อของหนังจะเหมือนกันกับหนังที่ใช้ตรงช่วงปากกระเป๋าหูเลย (หนังตรงตัวกระเป๋าจะมีความมันและหนืดน้อยกว่าเพราะเคลือบกันรอยกันน้ำ) เพราะมันเป็นหนังแท้นะคะ เวลาตัดทีละใบ หนังทีละผืน ไม่ใช่ปั๊มเป็นปึ๊งๆเหมือนกระเป๋าหนังปลอมหรือกระเป๋าพลาสติกกระเป๋าผ้า นั่นเวลาตัดจะตัดชิ้นส่วนละเป็นปึ๊งๆทีเดียวเยอะๆและเย็บแยกเป็นส่วนๆทีละเยอะๆแล้วเอาอันไหนก้ได้มาประกอบกันทีหลัง

รูปขั้นตอนคร่าวๆนะคะ

[SIZE=7]อันนี้คลิปโชว์การผลิด Lady Dior Medium Lambskin แต่เป็นของรุ่นปัจจุบันนะคะ ด้านหลังแผ่นหนังรอง charm สกรีนแถวเดียวแล้ว http://vimeo.com/44371218- ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงขนาดเลย ใช้บล็อคไม้ขนาดเดียวมาตลอด รู้สึกจะตั้งแต่ 1995 เลย กระเป๋าจะขนาดเท่ากันเสมอ

- 2010 ด้านหลังแผ่นหนังจะมี โลโก้ 3 แถว แต่ว่าจะสกรีนสูง คือเส้นผ่านศูนย์กลางแผ่นหนังจะอยู่ใต้แถว Paris ไม่ใช่ตรงกับคำว่า Christian Dior font บนหนังจะห่างๆกัน แถว Paris จะบางเล็กๆไม่ค่อยชัด เพราะ Dior จะสกรีนไม่กดลึกจะบางๆอยู่ข้างบน 2013 มีแถวเดียวคือ Christian Dior อยู่ตรงกลาง กระเป๋าทุกรุ่นที่มีแผ่นหนังรอง charm จะเหมือนกันหมด

ปัจจุบันแถวเดียว

- 2010 แผ่นหนังโลโก้ข้างในจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มุมตัดโค้งเล็กๆตรงมุมเท่านั้น ไม่โค้งมาก font บนหนังจะห่างๆกัน แถว Paris จะบางเล็กๆไม่ค่อยชัด 2013 ก็ยังเป็นแบบนี้ และเป็นทุกรุ่นที่มีโลโก้ติดแบบนี้

- 2010 Font ที่โลหะ ตัว CD จะมีขนาดและความหนาเท่ากัน ตัว C จะไม่บางและดูเล็กกว่า ตัวแผ่นโลหะจะเงาชัดและหนาและขอบมน ของปลอมจะบางกว่าและขอบค่อนข้างคม 2013 ก็ยังเหมือนเดิม

- 2010 ด้านหน้ากระเป๋าจะมีวงกลม 5 ช่องแล้วทั้ง 2 ฝั่งจะต่อด้วยรอยเย็บตามยาว 2 ช่องเท่ากัน ช่องริมไม่ได้ใหญ่กว่าเยอะแบบนี้ 2013 รอยเย็บตามยาวด้านข้างช่องเดียวและเย็บถี่ๆเป็นแนวด้านข้าง 2 เส้น

ใบสีชมพูเป็นแบบปัจจุบัน
- 2010 ด้านข้างกระเป๋า วงกลมแถวริมจะไล่ขนาดเต็มขึ้นแต่ยังไงแถวล่างสุดไม่มีทางเต็มเป็นวงเท่ากัน 3 อันเรียงกันแน่นอน รอยเย็บขอบจะทับลงบนวงกลมอันริมทั้งสองข้างเล็กน้อย และด้านข้างกระเป๋าไซด์มีเดี่ยม จะมีวงกลมแนวตั้ง 5 แถวและเย็บต่อก้นกระเป๋าบนขอบของวงกลมแถวล่างสุด ไม่ได้มีแถบยาวอีกแถบก่อนแบบใบนี้ 2013 ก็ยังเหมือนเดิม

- 2010 หมุดก้นกระเป๋าจะปลายมนแต่ทรงแหลมเรียว ทุกรุ่นที่มีหมุดก้นกระเป๋า 2010 จะเป็นแบบนี้ทั้งหมด และเป็นทุกรุ่นที่มีหมุดก้นกระเป๋า 2013 แหลมน้อยลงเล็กน้อย
ขอเพิ่มเติมประเด็นอื่นอีกนิด:1. ที่คุณกี้ว่า “เราไม่เคยพูดว่ามาจากช้อปเพราะทุกคนก้อคงไม่ขายของมาจากช้อป” กับ “ไม่มีใครมานั่งขายของที่มาจากช้อปทุกอย่างหรอกค่ะ”แปลว่าอะไรคะ ก็คุณโอ๋ซื้อจากคุณเป็นของใหม่ไม่ใช่เหรอคะ แล้วจะไม่ใช่จากช้อปได้ไงเพราะ แบรนด์เนม Hi-end ระดับ Hermes, Chanel, Dior, Louis Vuitton ของใหม่ขายแต่ในช้อปนะคะ จะช้อปของแบรนด์เดี่ยวๆเลย หรือช้อปในห้างหรือแผนกใน department store หรือช้อปสนามบินก็คือช้อป ราคาเดียวกันหมด
บางประเทศมี Chanel, Dior ตาม Authorized Multibrand แต่ก็ผ่านระบบของแบรนด์น่ะค่ะ ราคาเดียวกัน จะมีลด % หรือ Sale ก็รุ่นหรือสีง่อยๆขายไม่ออกน่ะค่ะ
** ขออธิบายเพิ่มนิดนึง Authorized Multibrand ต่างจาก Multibrand ทั่วไปหรือร้านแบรนด์เนมที่ซื้อต่อหรือรับฝากมาขายนะค๊า Authorized Multibrand จะทำสัญญาเป็นตัวแทนขายกับบริษัทของแบรนด์นั้นๆสินค้าจะเป็นของใหม่คอลเลคชั่นและราคาเท่าๆกันกับในช้อปในประเทศนั้นๆ ส่วนใหญ่จะมีในประเทศที่ยังไม่มีช้อปของแบรนด์นั้น ส่วน Multibrand ทั่วไปหรือที่เรียกกันร้านแบรนด์เนมจะเป็นการไปซื้อจากช้อปแบบคนซื้อทั่วไปเนี่ยล่ะแล้วเอามาขายหรือซื้อต่อหรือรับฝากมาขาย2. ที่คุณกี้ว่า “เรื่องการแอบอ้างเราไม่สนใจค่ะ เพราะ reseller ก็ไม่ใช่ช้อปค่ะ เราไม่จำเป็นขนาดนั้น ไม่ใช่ธุรกิจใหญ่โต ไม่มีการันตีเรื่องกระเป๋าผ่านไปสองปีเอามาพิสูจน์ประกันของ อะไรต่างๆบางอย่างในโลกการซื้อขาย หมดไปหกเดือนแรกแล้ว ช้อปเองของซื้อไปมีการรับประกันคืนเงินหนึ่งเดือน คุณจะเอากระเป๋าใบไหนกลับมาเค้าไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะเค้าก็ถือว่าตอนขายขายของแท้ คุณซื้อไปคุณพึงพอใจไปเรียบร้อยแล้ว และในกรณีนี้มันนานมาก ของไปอยู่ในมือคุณแล้วในมืออีกคนต่อจากคุณแล้ว”อันนี้ Logic อะไรคะงง เรื่องสินค้าซื้อแล้วไม่รับคืนมันเป็นกรณีสินค้าเสียหายมีตำหนิหรือลูกค้าเปลี่ยนใจ นี่เรื่องของปลอม ของแท้ใช้ไปสองปีหรือสองร้อยปีหรือขายต่อกันไปสิบตลบมันก็ไม่มีทางปลอม ถ้ามาพบว่ากระเป๋าใบเดิมทุกอย่างของเดิมกลายเป็นปลอมทีหลังจะกี่ปีกี่มือก็แสดงว่ามันปลอมตั้งแต่แรกจะไม่รับคืนได้ยังไง เพราะใช้ไปแล้วเหรอ ของปลอมจะเยินแล้วหรือยังใหม่กิ๊กคุณก็เอาไปขายอีกไม่ได้แล้วจะอะไรล่ะ
ถ้าคุณกี้เค้ากระต่ายขาเดียวให้เหตุผลว่าไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นใบที่ซื้อจากเค้านี่ยังพอเข้าใจนะ แต่เรื่องซื้อไปตั้งนานแล้วนี่ไม่ใช่เลยปัดความรับผิดชอบสิ้นดีปล. เรื่อง Font ต้องขอโทษด้วยค่ะ ตอนที่คุณปูถามมาอ้ออยู่ต่างประเทศกว่าจะกลับเข้าโรงแรมตีหนึ่งตีสองทุกวัน เลยเบลอไปนิด จะพิมพ์ว่าห่างดันพิมพ์ว่าชิด คนละเรื่องเลย เอาเป็นว่าตามรูปน่ะนะคะ ถ้าที่อ้อเขียนมีอะไรผิดพลาดหรืออยากเพิ่มเติมเชิญได้เลย อย่างที่เคยบอก อ้อไม่ใช่กูรู แต่เป็น อ้อ awesomeisme กูรู้ (แค่นี้) ค่า^^
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณโอ๋ด้วย