ลูกค้าดูกระเป๋าไม่เป็น แล้วหาว่ากระเป๋าเราปลอม แล้วไม่เอาค่ะ
โดย joyceLV
joyceLV
#1
อยากรระบายเฉยๆค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า จ๊อยโพสขาย chanel Timless tote สี Metallic sillver ไว้ ปกติแล้ว ลูกค้าคนอื่น คือมัดจำ500-1000 นัดรับตรวจของ จ่ายส่วนที่เหลือคือเสร็จสิ้นการขายค่ะ

กระเป๋าใบนี้เป็นของใหม่ค่ะ นัดกันที่เซนทัลบางนาค่ะ ลูกค้าที่นัดรับชื่อคุณเก๋ ค่ะ ดูเหมือนจะมีปัญหาเยอะๆตั้งแต่ทีแรก ก่อนที่เค้าจะนัดรับเค้าก็ถามจ๊อยว่า ถ้ากระเป๋าไม่แท้ล่ะ แล้วทำไมต้องให้โอนเงินก่อน (เราขอมัดจำแค่ 500หรือ1000บาทเพื่อแสดงว่าคุณจะมาจริงๆเท่านั้น)กว่าจะโอนมามัดจำได้2วันค่ะ แค่เงิน1พันบาท กับกระเป๋าราคา 76,000บาท (จ๊อยว่ามันก็ไม่ได้เยอะค่ะ) และเราก็บอกเรายินดีคืนเงินค่ะถ้ากระเป๋าไม่แท้ แรกๆก็ไม่คิดไรค่ะ เพราะเราขายของแท้แน่นอน พอไปถึงค่ะ จ๊อยให้พี่ชายเปนคนไปส่งกระเป๋าให้ เค้ามากับเพื่อน นัดกันที่ร้านเซน เพื่อนเค้าลองถือ แล้วบอกคุณเก๋ว่า ทำไมกระเป๋าเบาๆอะ ของแท้ไม่เบาอย่างงิ้นะ โซ่ก็เบาๆเกินไป จับการ์ดโฮโลแกรมมาดูก็บอก เหมือนจะแท้ แต่กระเป๋าไม่แท้อะ เบาเกินไป ..... ลูกค้าพูดอย่างนี้แปลว่าอะไรคะ โมโหมากๆค่ะ สรุปดูไปๆมาๆเค้าก็ไม่เอาค่ะ

จ๊อยเลยโทรกลับไปหาเค้า ส่วนพี่ชายแยกกันกลับ ถามว่าพี่คะ พี่หาว่ากระเป๋าหนูเป็นของปลอม แล้วไม่เอาอย่างนี้หรอ เค้าก็บอกว่า เค้าไม่ได้ว่าของเราปลอม แต่เค้าดูไม่ขาด เค้าพูดงี้แปลว่าอะไรคะ ดูไม่ขาด แปลว่าดูของแท้ไม่เป็นหรอ เราบอกแล้วเอาเข้า catch fake ก่อนมั๊ย เค้าบอกไม่เปนไร แล้วมานัดจะซื้อ-ขายกันทำไม มันเสียเวลา รูปเค้าขอเพิ่มเติมไปก่อนหน้านี้ก็ส่งไปให้ดูตามคำขอแล้ว ถ้าลองแล้วไม่โอเคหรือของมีตำหนิ ไม่เหมือนตามรูปก็ว่าไปอย่าง นี่มาหาว่าเราขายของปลอมค่ะ เสียใจ เสียทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ดูของไม่เป็นแล้วมานัดเรามาทำไม ถ้าดูไม่เปนก็นัดไปเจอกันที่ช็อปก็ยังได้

ลูกค้าพูดอย่างนี้แม่ค้าเสียใจ และโมโหมากค่ะ นัดแล้วไม่เอาก็เซ็งแล้วส่วนนึง ยังมากล่าวหาว่าเราขายของปลอม แล้วยังจะมาขอเงินมัดจำ1000บาทคืนอีกค่ะ

ไม่มีไรอะไรค่ะ แค่อยากบ่นเฉยๆ
jan00009
#2
เข้าใจความรู้สึกนะจ๊ะ เพราะพี่ก็เคยเหมือนกันคนที่ดูของไม่เป็น แล้วบอกว่าของเราปลอมเนี่ย(พี่เอาเข้าห้องตรวจสอบทั้งยกทู้ไปเลย จำได้ แบบว่ามันปวดใจ เหมือนโดนตบหน้าอะไรประมาณนั้น) พี่โทรคุยกับเขาว่าไปชอปด้วยกันไหม ที่ไหน ๆ ก็ได้ เอาเข้า TPF หรือ web ที่รับตรวจสอบกันไปเลยก็ได้ ถ้าของฉันไม่แท้ ฉันยินดีจ่ายให้คุณ 100 เท่าของราคาของ ถ้าของฉันแท้คุณจ่ายให้ฉัน 10 เท่าของราคาของเอาไหม คำตอบคือตะกุกตะกัก บอกที่บ้านมีเป็นร้อยใบ คุณหญิงแม่ใช้ประจำ เออ ก็แปลก ๆ ที่บ้านมีเป็นร้อยใบ จับกระเป๋ามากมายขนาดนั้นกับแค่กระเป๋าสตางค์ใบเดียวยังดูไม่เป็นเนี่ย จะให้ฉันเช่ื่อไหม

ปล่อย ๆ ไปน้อง ไม่ต้องคืนหรอกมัดจำ ถ้ามาบอกว่าของพี่ปลอมเพราะว่าอยากได้มัดจำคืนเนี่ย พี่ไม่ใช้แค่ไม่คืนมัดจำ พี่จะพาไปแจ้งความด้วย ข้อหาหมิ่นประมาทกันไปเลย อย่างอื่นว่าได้ แต่ว่ามาว่าเราขายของปลอม หลอกลวงคนอื่นเนี่ย พี่รับไม่ได้ มันคือการดูถูกกันเกินไป อย่าได้ยอม
minyada
#3
ริบมัดจำได้ค่ะ ไม่ผิด
sukiyaki
#4
เห็นด้วยค่ะว่าไม่ต้องคืนมัดจำ เป็นค่าเสียเวลากับคนไร้สาระ
ImYiinG
#5
เคยเจอเหมือนกันค่ะ หาว่าของเราปลอมเนี่ยยย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

แต่การที่เค้าอ้างแบบนั้น เพราะเค้าเห็นของเราแล้วไม่ถูกใจ สะพายแล้วไม่เข้ากะเค้าอย่างที่คิด แต่ก็หาเห็นผลจะยกเลิกไม่ได้ แล้วอ้างว่าไม่มั่นใจว่าเป็นของแท้ซะงั้น

อย่างนี้เราควรแก้เผ็ดด้วย การฟ้องร้องว่าหมิ่นประมาท ดีไหมคะเนี่ยย 5555

ปล. เงิน 1000 ไม่ต้องไปคืนหรอกค่ะ ถือเป็นค่าเสียเวลาไปเลยจ้าา
umabee
#6
นึกถึงใจเค้าใจเราค่ะ

ในฐานะคนซื้อ นัดรับของแล้วแต่เกิดไม่ชอบใจ ควรจะให้ค่าเสียเวลาคนขายนะค่ะ เพราะเค้าต้องมีค่าเดินทาง ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจ ไม่ควรนัดรับค่ะ ยกเว้นคนขายเค้ายินดีให้นัดดู สินค้าก่อนตัดสินใจ

ในฐานะคนขาย พี่เชื่อว่า นัดรับ กับ นัดดูมันต่างกันค่ะ
กรณีนัดรับ หมายถึง ลูกค้าตัดสินใจแน่นอนว่าซื้อ ถ้าไม่เอา พี่ว่ามันดูไม่ถูกต้องเลยค่ะ เพราะเหมือนคุณไปรับปากคนขายแล้วว่าเอาชัวร์ ไปหลอกให้เค้ามี
ความหวัง อย่างนี้ไม่น่ารักเลย

กรณีนัดดู หมายถึง ขอดูสภาพสินค้าจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ แบบนี้ ไม่เอาก็คงไม่ผิด (อันนี้แล้วแต่คนขายนะค่ะว่าจะโอเคมั๊ยกับการนัดดู) ถ้าจะให้ยุติธรรม การนัดดู และยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อหรือไม่ ควรจะนัดใกล้บ้านคนขายค่ะ เพราะ เค้าจะได้ไม่เสียเวลามาก >>>>> อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวค่ะ
ornyada
#7
Originally Posted by umabee
นึกถึงใจเค้าใจเราค่ะ

ในฐานะคนซื้อ นัดรับของแล้วแต่เกิดไม่ชอบใจ ควรจะให้ค่าเสียเวลาคนขายนะค่ะ เพราะเค้าต้องมีค่าเดินทาง ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจ ไม่ควรนัดรับค่ะ ยกเว้นคนขายเค้ายินดีให้นัดดู สินค้าก่อนตัดสินใจ

ในฐานะคนขาย พี่เชื่อว่า นัดรับ กับ นัดดูมันต่างกันค่ะ
กรณีนัดรับ หมายถึง ลูกค้าตัดสินใจแน่นอนว่าซื้อ ถ้าไม่เอา พี่ว่ามันดูไม่ถูกต้องเลยค่ะ เพราะเหมือนคุณไปรับปากคนขายแล้วว่าเอาชัวร์ ไปหลอกให้เค้ามี
ความหวัง อย่างนี้ไม่น่ารักเลย

กรณีนัดดู หมายถึง ขอดูสภาพสินค้าจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ แบบนี้ ไม่เอาก็คงไม่ผิด (อันนี้แล้วแต่คนขายนะค่ะว่าจะโอเคมั๊ยกับการนัดดู) ถ้าจะให้ยุติธรรม การนัดดู และยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อหรือไม่ ควรจะนัดใกล้บ้านคนขายค่ะ เพราะ เค้าจะได้ไม่เสียเวลามาก >>>>> อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวค่ะ


[SIZE="3"]เห็นด้วยกับคุณบีเป็นที่สุดค่ะ
Kay
#8
ขอบคุณ คุณบี ที่เข้าใจค่ะ เรานัดดู ไม่ได้นัดรับค่ะ

คนที่คุณจอยซ์พูดถึงนั้นคือเราเองค่ะ ใช้ ล๊อคอินว่า Kay คิดว่าจะจบตั้งแต่เมื่อวาน แต่เมื่อเจอทู้นี้ เงียบไม่ได้ค่ะ
เราอาจจะผิดที่ไม่เอาของ ทำให้คุณเสียเวลา แต่เรื่องมันไม่ใช่แค่นั้น คำพูด ข้อความต่างๆ หลังจากนั้น ทำให้เรารู้สึกผิดน้อยลงทันที

ในเมื่อคุณมาโพสต์แบบนี้ พี่ก็จะขอต้องโพสต์บ้าง เงินพี่หามาลำบากค่ะ 1000 บาท มันไม่ได้มากมายสำหรับพี่ก็จริงนะคะ แต่พี่ก็ไม่ได้รวยล้นฟ้า ที่จะสามารถ มี กระเป๋าราคาเป็นแสนเหมือนน้องตอนอายุ 21 ปี พี่ไม่ได้พูดซักคำว่า ของคุณปลอม ทางคุณ คุยกันบอกพี่เอง ถ้าพี่ดูแล้วไม่แน่ใจว่าแท้ หรือลองแล้วไม่ชอบ ยินดีคืนเงินมัดจำ จริงๆ พี่ก็ไม่ได้จะเอาคืนนะ เข้าใจว่าคุณเสียเวลา ถ้าคุณพูดว่า ถ้าเอาไปให้ดู แล้วต้องเอาเนี่ย พี่คงไม่นัดดูของ
แต่อยากได้ใบนี้ เพราะเห็นรูปแล้วชอบ ก็ได้ไปเห็นของจริงที่ร้านคุณจุ๋มมาแล้ว แต่เนื่องจากร้านคุณจุ๋มมีแต่สี Navy Blue เราอยากได้สี
Metallic เลยคิดว่าจะมาดูของคุณจอยซ์ ก่อน เราใช้เวลาสองวันในการโอนเงินจริงๆ มีเรื่องวุ่นวายที่บ้าน
ประกอบกับเราอยากให้แน่ใจเรื่องของก่อนจะโอนเงิน

วันที่ 29/6 10.30 โทรไปหาคุณยูก็ไม่รับสาย โทรหาน้องจอยซ์ ก็เพิ่งตื่น ก่อนโอนเงินแค่ถามว่า ถ้าตกลงซื้อขาย เอาของมาแล้วเกิดมันไม่แท้ จะยังไงคะ น้องจอยซ์บอกว่างั้นเดี๋ยวถามพี่ยูก่อน แล้วจะติดต่อกลับ (ซึ่่งสำหรับเราๆว่าแปลกมาก คุณขายของมาเป็นร้อยใบ และคำถามแบบนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกจากเราแน่ๆ) เรารอการติดต่อกลับจนบ่าย เลยเวลานัดโอนเงิน เลยโทรหาคุณยู ไม่รับสายอีก เลย BB หาคุณยูถามเหมือนที่ถามน้องจอยซ์ ว่าถ้าตกลงซื้อขาย เอาของมาแล้วเกิดมันไม่แท้ จะยังไงคะ (นี่คือเรายังไม่ได้เห็นของ ถามว่า "ถ้า") เค้าตอบเต็มคำว่า ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมด อ่ะ สบายใจค่ะ (ประมาณเย็นๆ น้องจอยซ์ โทรหาว่า เมื่อเช้าพี่ถามอะไรนะคะ หนูเพิ่งตื่น เบลอๆ ??? ก็เลยบอกว่าพี่คุยกะคุณยูแล้วค่ะ ) ดึกๆ เราก็โอนเงิน เพราะนัดพรุ่งนี้

โทรหาคุณยูยากมาก ไม่รับสาย คุยทาง BB ตลอด วาจาดีมากมาย น่ารัก ผิดกันกะตอนที่เราปฏิเสธซื้อของ ก็ไม่เข้าใจว่าของซื้อของขาย เงินเรา ไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธเหรอ จนโอนเงิน คุณยูริถึงจะรับโทรศัพท์ โดยบอกทาง BB ว่าติดประชุมบ้าง เบอร์ไม่คุ้นไม่รับ ทั้งๆที่น้องจอยซ์บอกว่าวันนี้พี่เค้าว่าง ไม่ได้ทำอะไร ก็งง แต่แรก ว่าคุณขายของ แต่เบอร์ไม่คุ้นไม่รับได้ไง ทุกคนที่เราเคยคุยด้วย เค้าโทรกลับด้วยซ้ำ

วันที่ 30 วันที่นัดเจอ Starbuck Central บางนา พอดีเพื่อนพาลูกเล็กมา เที่ยงแล้วตามเวลานัด เด็กหิว เลยขอว่าให้ไปเจอกันทีร้าน Zen
คุณยูริ ก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไรเลยว่าเจอร้านอาหารไม่ได้ รับว่าได้ค่ะๆ เดี๋ยวจะบอกน้องชายให้ไปที่ร้าน พอทางน้องชายคุณยูริมาถึงหน้าร้าน
เราเห็นว่ามากะคุณป้าคนนึง(ซึ่งตอนหลังทราบว่าคือคุณแม่) ใส่แว่นกันแดดทั้งคู่ คุณน้องชายก็โทรหาเราๆ บอกว่านั่งอยู่ในร้านตรงชั้นสอง
(ถ้าใครเคยไป Zen Central บางนาจะนึกออกว่าร้านเค้าทำชั้นลอยเพิ่มให้นั่ง) พอเค้ามองเห็นโต๊ะที่เรานั่ง
คุณป้าก็เดินเอาถุงของไปจากมือน้องชาย แล้วหายไปจากหน้าร้าน เรากะเพื่อนก็งงๆ แล้วได้รับโทรจากน้องชายเค้าว่า
พี่ไม่ให้เอาของให้ดูในร้านอาหาร เราก็ตอบไปว่า อ่าวเราสั่งอาหารแล้ว มีเด็กด้วย จะทิ้งไปได้ยังไง
ที่แปลกคือแล้วตอนเราโทรบอกว่าขอให้ไปเจอที่ Zen ไม่เห็นว่าอะไร เลยโทรหาคุณยูริอีกที
ก็เลยทราบว่าเพราะกลัวอาหารจะเปื้อนกระเป๋าเคยมีประสบการณ์มาแล้ว โอเค อันนี้เข้าใจได้ แต่ตอนบอกย้ายที่ไม่บอกว่าไม่ได้แฮะ

แต่ซักพักน้องชายกะคุณป้าก็มาที่ร้าน ใส่แว่นกันแดดเดินเข้ามาทั้งสองคน บอกตรงๆ สัญชาติญาณเราว่ามันแปร่งๆ มาห้าง เข้าร้านต้องใส่แว่นตลอดเลย
ทั้งสองคน น้องชายยังไม่ทำให้เรารู้สึกกดดันเท่าคุณป้า คุณป้ามาถึง ถามด้วยสีหน้าเครียด น้ำเสียงเข้มว่า “คนไหนดูกระเป๋าคะ”
เรากะเพื่อนก็มองหน้ากัน งงๆ ทำเหมือนเรามาขอของเค้าเฉยๆ ก็บอกว่าเราดู ก็เอากระเป๋ามาดู แล้วเชิญคุณป้ากะคุณน้องชายนั่ง
บอกตรงๆ ณ เวลานั้น กระเป๋าเราไม่อยากได้แล้ว กระจิตกระใจมันกระอักกระอ่วนค่ะ อารมณ์มันไม่ใช่แล้ว ไม่อยากซื้อ ไม่อยากได้แล้ว
เพราะสายตาคุณป้ากะคุณน้องชาย จ้องมองเหมือนจับผิดเราตอนเราดูกระเป๋า ดูกระเป๋าไม่ถึง ห้านาที เค้ามีใบเสร็จมาให้ดู
แต่เราดูไม่รู้เรื่องแล้ว คือตอนนั้นไม่อยากได้ของแล้ว มองผ่านๆ เพราะใจเราตอนนั้นไม่เอากระเป๋าแน่แล้ว ถึงตอนนี้ทุกท่านจะว่าเราผิดก็ผิด
แต่เราไม่แน่ใจของจริงๆ แต่ไม่ได้พูดออกมาว่าปลอม เพื่อนก็พูดว่าสายมันเบาๆ นะ คุณป้าทำหน้าไม่พอใจ แต่เราก็คิดว่าเงินเรานะ
เรามีสิทธิ์ปฏิเสธ

หลังจากแยกย้ายไป เราก็โทรหาคุณยูริ ว่าเราไม่ได้เอาของนะ ยังไงโอนเงินมัดจำคืนได้มั๊ย คุณยูริรับปากแล้วขอเบอร์บัญชี ซึ่งก็ BB ไปให้
ซักพักได้รับโทรจากน้องจอยซ์ ต่อว่าว่า มาว่าของหนูปลอมได้ไง มันดูถูกกัน เราก็ตอบไปว่าไม่ได้ว่าปลอมนะ แต่พี่แค่ไม่แน่ใจ แล้วคุยกันนิดหน่อยก็วางสายไป เราไม่ได้ใส่อารมณ์กะน้องเค้าเลย ที่ไม่เข้าใจคือทำไมต้องเป็นฟืนเป็นไฟมาก แถมทั้งคุณจอยซ์กะคุณยูริ BB มาว่าเราต่างๆนา งง ค่ะ
เราก็ไม่ชอบนะ อยู่ใครไม่รู้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาทำอย่างงี้กะเรา เด็กกว่าเราเยอะ


เราคิดอยู่แล้ว ว่าจะต้องมาเจอกระทู้แบบนี้ เพราะสัญชาติญาณอีกแล้ว
ขอโทษคุณจอย คุณยูรินะคะ ทีทำให้เสียเวลา เงิน 1000 มันไม่ได้มากมาย แต่เราเสียความรู้สึกเช่นกันกับข้อความใน BB
ที่ทั้งสองคนส่งมาหาเรา มันดูไม่น่ารักเลย คำพูดที่ว่า มีหน้ามาขอเงินคืนเนี่ยแรงนะ ถ้าคุณไม่เสนอก่อนพี่คงไม่ถามถึง
แต่ที่สุดแล้วเงิน 1000 นึง เราไม่ได้เอาคืนจากน้องเค้านะคะ ถ้าคุณสองคนคุยดีๆ พี่จะไม่เสียดายเงินเลย เพราะรู้อยู่คุณเสียเวลา
แล้วเมื่อวานก็คุยกันทาง BB จน ลงท้ายว่า จบ ไปแล้ว คุณยูยังทิ้งท้ายว่า ขอลบคอนแทคออกนะคะ เปลืองเมมโมรี่ แรงได้อีก
คุณมาทำแบบนี้เราว่าไม่แฟร์ กับเรา เราจ้องทู้อยู่นานว่าจะโต้ตอบดีมั๊ย แต่คิดว่าต้องลงด้านเราบ้าง
เราไม่แคร์ว่าจะซื้อขายในนี้ได้หรือไม่ ก็ดีค่ะคงไม่ใช่เราคนเดียวที่กระทบ แล้วก็คงไม่กล้าซื้อแล้วแน่ๆ กะแม่ค้าหน้าใหม่ๆ

ขอบคุณทุกคนที่มาอ่านค่ะ
ImYiinG
#9
หลังจากได้อ่านข้อความของทั้ง 2 ท่านแล้ว หญิงขอเสนอความคิดเห็นใหม่อีกครั้งนะคะ..

1. ถ้าแม้ค้าเสนอว่า " ถ้าพี่ดูแล้วไม่แน่ใจว่าแท้ หรือลองแล้วไม่ชอบ ยินดีคืนเงินมัดจำ" แม่ค้าก็ควร "คืนมัดจำ" ค่ะ แต่หากลูกค้าจะใจดีให้ค่าเสียเวลาแม่ค้าก็ไม่ผิดจ้ะ ^^

2. ถ้าลูกค้าแจ้งแม่ค้าไปว่า "เราไม่ได้เอาของนะ ยังไงโอนเงินมัดจำคืนได้มั๊ย" แล้วแม่ค้าตอบว่า "รับปากแล้วขอเบอร์บัญชี" แม่ค้าก็ควรคืนเงินค่ะ เพราะถือว่ารับปากลูกค้าแล้ว และถือเป็นการซื้อใจลูกค้าค่ะ

หญิงไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัวนะคะ แต่ถ้าเป็นอย่างที่คุณลูกค้าเล่า หญิงก็เห็นด้วยที่ว่า ไม่น่าใช่ความผิดที่ลูกค้าดูของแล้วไม่ถูกใจ แล้วจะขอคืนเงินจากแม่ค้า เพราะก่อนนัดเจอกัน แม่ค้าก็ได้แจ้งว่าถ้าไม่แน่ใจเรื่องแท้ หรือลองแล้วไม่ชอบ ก็ยินดีคืนเงินมัดจำ (ในกรณีที่สิ่งที่ลูกค้ากล่าวอ้างเป็นจริงนะคะ)


ทั้งนี้ทั้งนั้น.. วิเคราะห์จากข้อความข้างต้นของแม่ค้า + ลูกค้าเท่านั้นค่ะ ยังไงก็แล้วแต่.. ขอให้ตกลงกันได้ด้วยดีนะคะ เอาใจช่วยทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ
mukkie
#10
ใจเย็น ๆ ร่ม ๆ ทั้ง 2 ฝั่งเลยนะคะ

สาระสำคัญอาจเป็นเรื่องของการสื่อสาร มุกจะถามลูกค้าทุกครั้งที่นัดดูของ ว่านัดดูกระเป๋าคือลูกค้าต้องมันใจเรื่องสี, ไซส์ และแบบเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ความแท้และตำหนิของกระเป๋า (ในกรณีที่เป็นของยูส) แต่อาจเป็นไปได้ ว่าเพราะมีตัวเดินเรื่องหลายคน อาจทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกในการนัดรับและมีอคติในการซื้อ แต่ถ้าลูกค้าอยากได้กระเป๋าจริง ๆ และได้โอนมัดจำไปแล้ว ก็น่าจะรับกระเป๋าขึ้นมา นะคะ ถึงเรื่องจะวุ่นวายยังไง สาระสำคัญมันอยู่แค่ตรงนี้ การที่แม่ค้าขอยึดมัดจำก็ไม่น่าจะผิด เพราะแม่ค้าไม่ได้ทำผิดสัญญาอะไร

มั่นใจว่าตัวแม่ค้าขายแต่ของแท้ และก็เข้าใจที่เวลามีคำพูดพาดพิงสงสัยตัวกระเป๋าอาจทำให้แม่ค้ามีปรี๊ดได้บ้าง (เคยเจออยู่เหมือนกัน)



ไม่ได้รู้จักกับใครเป็นการส่วนตัว แต่แค่แสดงความคิดเห็นค่ะ เห็นใจทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ
joyceLV
#11
[SIZE="3"]กรุณาทำความเข้าใจใหม่ึค่ะ ประเด็นหลัก ที่มาพาดพิงคุณในวันนี้ คือจ๊อยไม่พอใจ คำพูดของเพื่อนคุณที่มาด้วย เค้าพูดว่า

[SIZE="4"]" ทำไมกระเป๋าเบาๆอะ ของแท้ไม่เบาอย่างงิ้นะ โซ่ก็เบาๆเกินไป เพื่อนเึ้ค้าจับการ์ดโฮโลแกรมมาดูพลิกไป พลิกมาก็บอก เหมือนจะแท้ แต่กระเป๋าไม่แท้อะ เบาเกินไป "
อ้ออ... เพื่อนคุณยังบอกอีกว่า แล้วมันดูยังไงว่าแท้

[SIZE="3"]มาพูดงี้มันไม่เกินไปหน่อยหรอคะ ตอนคุณพูดกับจ๊อยยังไงก็โพสลงไปให้้หมดซิคะ ตอนหลังคุณมาบอกเองว่าคุณดูไม่เป็น ดูไม่ขาด ก็เลยเรียกเพื่อนมาช่วยดู
ปารกฏเพื่อนคุณพูดซะ แม่้ค้าที่ไหนได้ยิน มากล่าวหาว่าขายของปลอม ไม่ต้องอายุ 21เหมือนจ๊อยหรอกค่ะ อายุ40-50 เค้าก็ต้องโมโหเป็นเหมือนกัน

ทุกอย่างที่โพสมันไม่ได้อยู่ที่คุณไม่ซื้อกระเป๋ากับจ๊อยเลยค่ะ ก็จริงค่ะ คุณไม่ได้พูดว่าปลอม เพื่อนคุณต่างหากที่เป็นพูด
มาพูดกันวันนี้ก็ ปรี้ดดแตกอีกค่ะ

คุณมีสิทธิ์ที่จะปฎิเสทไม่ซื้อค่ะ ก็จริง เงินของคุณ แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่าแม่ และพี่ชายของจ๊อยใส่แว่นตลอดเวลา หรือเหตุผลที่มากล่าวหากันว่ากระเป๋าเราปลอม

กรุณาเข้าใจใหม่นะคะ ไม่ใช่คุณไม่เอา จ๊อยกับพี่สาวเลยเป็นฟืนเป็นไฟ คุณกับเพื่อนมากล่าวหาว่าจ๊อยขายกระเป๋าปลอมเอง
joyceLV
#12
[SIZE="4"]นี่ค่ะ หน้าตากระเป๋าปลอมที่เพื่อนคุณ Kay มากล่าวหาจ๊อย

ตอนคุยกันวันแรก เค้าขอให้จ๊อยถ่ายรูป การ์ดโฮโลแกม+สติ้กเก้อร์โฮโลแกรม+วางป้ายชื่อ ให้เค้าดู
จ๊อยก็ไปถ่ายมาตามคำขอค่ะ

Chanel timless tote หนัง Soft Carvier
อุปกรณ์ครบ โฮโลแกรม 147 ใบเสร็จระบุวันที่ 21 พค. 54
Metallic Sillver chooper โซ่ดำเงา
สถานะ :: เพิ่งมาใหม่อีก 1 ใบ
ราคา 76,000 บาท
      

[SIZE="4"] มาถึงตอนนี้ จ๊อยมั่นใจมาก ว่าจ๊อยไม่ผิด และไม่ขอโทษค่ะ คุณ Kay คุณนั่นแหละที่มากล่าวหาจ๊อย
amm
#13
ใจเย็นๆนะคะ เรื่องมันเกิดไปแล้วอยู่ที่ว่าเราจะรับมือกับมันยังไง จะใช้สมองหรือจะใช้อารมณ์ ผลลัพธ์ และผลกระทบมันต่างกันนะคะ
titled
#14
Originally Posted by joyceLV
[SIZE="4"]นี่ค่ะ หน้าตากระเป๋าปลอมที่เพื่อนคุณ Kay มากล่าวหาจ๊อย

ตอนคุยกันวันแรก เค้าขอให้จ๊อยถ่ายรูป การ์ดโฮโลแกม+สติ้กเก้อร์โฮโลแกรม+วางป้ายชื่อ ให้เค้าดู
จ๊อยก็ไปถ่ายมาตามคำขอค่ะ

Chanel timless tote หนัง Soft Carvier
อุปกรณ์ครบ โฮโลแกรม 147 ใบเสร็จระบุวันที่ 21 พค. 54
Metallic Sillver chooper โซ่ดำเงา
สถานะ :: เพิ่งมาใหม่อีก 1 ใบ
ราคา 76,000 บาท
      

[SIZE="4"] มาถึงตอนนี้ จ๊อยมั่นใจมาก ว่าจ๊อยไม่ผิด และไม่ขอโทษค่ะ คุณ Kay คุณนั่นแหละที่มากล่าวหาจ๊อย


;)อย่างแรกอ่านแล้วเห็นใจแม่ค้านะคับ ผมเคยเจอกรณีแบบนี้เจอแล้วแอบแน็บจิต... สิ่งที่เราทำได้นะคับคือทำใจและปลงคนเรามีหลายแบบคับ ผมเคยดูกระทู้ที่แม่ค้าขายของเยอะและหลากหลายดี อย่าคิดมากนะคับ ผมว่าคุณkay ก็คงรู้สึกผิดเสียใจมากแล้ว ปล.กระเป๋าดูจากรูปหนังตึง ฮาโลชัด กราด์ชัด สีโช่ ชัดเจนมากหาความปลอยไม่เจอ;)เลยคับ
ple15
#15
ไม่ได้รู้จักใครเลยนะคะ ทั้งคุณแม่ค้าและลูกค้า แต่เปิ้ลว่าจากที่อ่านมา การสื่อสารอาจผิด หรือเปล่าคะ นัดดูกับนัดรับ ไม่เหมือนกันนะคะ แต่กรณีนี้เห็นใจแม่ค้าค่ะ ที่โดนพูดว่ากระเป๋าปลอม เป็นเปิ้ลก็โกรธค่ะ ขอบอกอีกข้อนะคะ การใส่แว่นกันแดดมันไม่เกี่ยวหรอกค่ะ ว่ามีพิรุธหรือเปล่า เพราะแฟนเปิ้ลก็ชอบใส่มากค่ะ เรียกว่าติด เดินห้างก็ใส่ ขนาดบอกว่าอย่าใส่ ก็ใส่ค่ะ ถอดเฉพาะตอนทานข้าว เดินห้าง เดินถนนตามซอยสยามหรืออะไร ก็เรียกว่าใส่ตลอดค่ะ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ อย่างของเปิ้ล จะคุยให้ชัดเจนเลยค่ะ ว่านัดดูขอแถวบ้าน หรือตามที่เปิ้ลสะดวก แต่ถ้านัดรับยินดีไปส่งตามที่ตกลงกันค่ะ อีกข้อ จากที่อ่านมาคุณแม่ค้าบอกจะคืนเงินคุณลุกค้า ถ้าเป็นเปิ้ลก็ต้องคืนนะคะ ในเมื่อเรารับปากไปแล้วอ่ะค่ะ


ยังไงก็ขอให้คุยและจบลงด้วยดีนะคะ
Keepkling
#16
เรื่องสัญญาว่าจะคืนไม่คืนมัดจำนี่ไม่ออกความเห็นนะคะ เพราะเป็นเรื่องที่สองคนตกลงกันเอง

แต่หากเป็นกรณีนัดรับของจริง จากที่อ่านมา สงสารคนขายมากค่ะ

ถ้าคุณลูกค้าบอกว่า ไม่แน่ใจเพราะคนเอาของมาให้ใส่แว่นดำมา
วันหลังจะมีไหม ประเภทที่ว่า คนเอาของมาแต่งตัวไม่ดี เลยไม่แน่ใจว่าเป็นของแท้
คิดเล็กคิดน้อยกันขนาดนี้ ไปซื้อในชอปดีกว่าไหม
skeleton
#17
เสียเวลา และเสียสุขภาพจิตกันทั้งคู่เลยนะคะเนี่ย

ขอให้ตกลงกันได้นะคะ อย่าหงุดหงิดกับเรื่องนี้เลยจ้า ^_____^
joyceLV
#18
29/6 10:30 คุณบอกว่าโทรหายูแล้วไม่รับสายซึ่งไม่แปลกเพราะยูติดประชุมอยู่ และยูได้แจ้งให้คุณทราบแล้วว่าบางครั้งไม่สะดวกรับสาย แจ้งคุณแล้วด้วยว่าน้องชายจะเป็นคนเอาจะกระเป๋าไปให้ (คุณยังพูดเลยว่า บ้านนี้ดีจัง พี่น้อง ช่วยกันทำมาหากิน----ซึ่งบอกตรงๆว่าฟังแล้วไม่ค่อยปลื้มเลยค่ะ อย่าบอกนะคะว่าเป็นคำชม เพราะบางคำพูดต้องกลั่นกรองเยอะๆค่ะ ยูจึงมักจะคุยเฉพาะเรื่องกระเป๋าอย่างเดียว ไม่ซอกแซกวิจารณ์เรื่องส่วนตัวกับลูกค้า เรื่องครอบครัวถือเป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ แต่ยูก้อไม่ได้ว่าอะไรคุณเลย ช่างค่ะ ปล่อยผ่าน)

คุณไม่บอกด้วยล่ะคะว่าคุณนัดเจอที่เซ็นทรัลแล้วคุณไม่ไปตามนัด ทั้งๆที่นัดกัน 11:00 โมง พร้อมทั้งนัดโอนเงินมัดจำกันแล้วคุณไม่โอนมัดจำด้วยตั้งแต่ 28/9 (1000 บาท)

คุณถามว่า ถ้าตกลงซื้อขาย เอาของมาแล้วเกิดมันไม่แท้ จะยังไงคะ : ไม่แปลกค่ะที่น้องจ๊อยต้องปรึกษากับยูก่อน เพราะของเราแท้แน่นอน หากลูกค้ารับกระเป่าไปแล้วกลับมาบอกว่าไม่แท้ก้อยุ่งสิคะ ใช่ใบเดิมที่เอาไปหรือเปล่า หรือต้องยืนยันกันยังไง ต้องปรึกษายูก่อนแน่นอนค่ะ ขายมาเป็นร้อยใบพึ่งเจอจริงๆค่ะ คำถามนี้ เคยเจอแต่ถามสี รุ่น ขอลดราคา เพราะถ้าไม่เชื่อใจก้อไม่ซื้อขายกัน หรือถ้าไม่มั่นใจสายตาตัวเองก้อต้องซื้อที่ช็อปไปเลยค่ะ ตอนนัดกันทำไมคุณไม่ถามก่อนคะ มาถามตอนใกล้เวลานัด

เงินมัดจำ-ถ้าไม่แท้/ไม่สบายใจว่าแท้ คืนให้ค่ะ

ลูกค้าบางท่านคุยกันตรงๆว่า พี่คะ หนูไม่แน่ใจว่าสะพายแล้วเหมาะกะหนูหรือเปล่า ขอลองดูก่อนได้ไหม หนูไม่เคยเห็นของจริง กลังใหญ่หรือเล็กไป พูดตรงๆเราใจดีให้ดูค่ะ เอาใบของพี่ไปลองเลย ไม่ชอบไม่ต้องซื้อ เพราะจะเสียเงินซื้อต้องชอบ ไม่เหมาะก้อไม่เชียร์ให้ซื้อ

เรารอการติดต่อกลับจนบ่าย : เรานัดกัน 11:00 คุณไม่มา

11:39 คุณบีบีถามยูว่าถึงสตาบัคแล้วเหรอคะ เพิ่งเลยเวลานัดมาครึ่งชั่วโมงเอง ยูบอกว่าน้องชายออกจากเซ็นทรัลแล้ว ยูถามว่าคุณถึงไหนแล้ว คุณบอกกำลังจะออกจากบ้าน ให้น้องชายกลับมาได้หน่อย พอดียูโทรหาน้องเค้าขึ้นทางด่วนแล้ว ยูแจ้งคุณว่าต้องนัดกันวันหลังแล้วเพราะมีนัดส่งของลูกค้า

โทรหาคุณยูยากมาก ไม่รับสาย : ยูไม่รับสายคุณครั้งแรก 29/6 นะคะ นอกนั้นมีรับช้า (โทรซ้ำสองไม่เกิน 10 นาทีต่อมาก้อรับสายทุกครั้ง) ยูแจ้งคุณหลายครั้งแล้วว่าบางทีมีประชุม เปิดแบบสั่นไว้ แต่มีอะไรบีบีมาทิ้งไว้เลย ตอบกลับแน่นอน สรุปว่ายูไม่เคยรับสายคุณหรือคะ??

เพราะประชุมอยู่ไงคะ เบอร์ไม่คุ้นถึงไม่รับสาย เพราะถ้าลูกค้าติดต่อครั้งแรกๆจะติดต่อน้องจ๊อย จนนัดรับของจึงจะคุยตรงกับยู เพราะส่วนมากค่อนข้างยุ่ง แต่ถ้านัดรับของ-ส่งของ ไม่เคยพลาดไม่เคยเบี้ยว

ขอทำความเข้าใจนิดนึงนะคะ จริงไม่อยากสาธยายเลย ไม่ต้องการอวดอ้างใดๆด้วยซ้ำ เพราะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในนี้หลายๆคนมีธุรกิจใหญ่ๆโตๆ กว่ายูเยอะแยะ

ยูต้องประชุมบ่อยเพราะยูเป็นกรรมการผู้จัดการ 3 บริษัท แต่ละบริษัทมีเกือบ 10 แผนก ประชุมแทบทุกวัน (อยากดูหนังสือจดทะเบียนบริษัทกับผู้ถือหุ้นได้นะคะ เด๋วจะหาว่าพูดลอยๆไม่มีหลักฐาน)

ขายกระเป๋าไม่ใช่อาชีพหลักค่ะ อาจเหมือนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายคนในห้องนี้ที่รักกระเป๋า แค่ได้ซื้อได้เข้าร้านได้คุยกะSA ก้อมีความสุขน่ะค่ะ

อ้างอิงถึงโพสขาย ซึ่งระบุไว้ว่าต้องโอนมัดจำ แล้วนัดรับสินค้า ขอรูปเพิ่มเติม สอบถามก่อนได้



----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นัดของคุณยูมั่นใจแน่นอนว่าคุณจะซื้อสินค้ากับเรา ไม่ใช่กรณีขอดูสินค้าเฉยๆ
เนื่องจากคุณนัดเราถึง 3ครั้ง แล้วคุณเป็นคนผิดเวลานัด / เลื่อนนัดเราตลอด
นัดครั้งที่ 1 นัดแล้วคุณเปลี่ยนไม่มาเพราะจะไปรับลูก
นัดครั้งที่ 2 เราไปตามนัดเวลา 11.00 โมงตรง แต่คุณไม่มา นัดครั้งนี้ คุณไม่ได้มัดจำด้วยซ้ำ จนเวลาร่วงเลยมา 11.40 คุณเพิ่งจะโทรมาถามว่าทำไมไม่รอ ให้น้องชายโทรมาได้มั้ย จึงได้นัดเป็นพรุ่งนี้แทน

นัดครั้งที่ 3 นัดไว้ 11โมง พอไกล้เวลาโทรเลื่อนเป็นเที่ยง

--------------------------------------------------------------------------------------------


ลำดับเหตุการณ์จริงพร้อมหลักฐานยืนยัน (ไม่ใช่กล่าวลอยๆ)

วันที่ 27/6 คุณติดต่อเข้ามา สนใจ chanel metallic ขอรูปและ ขอลดราคา


วันที่ 28/6 คุณกับยูเริ่มคุยบีบีกัน

วันที่ 28/6 ราวๆบ่ายโมงเศษได้ส่งรูปกระเป๋าทั้งหมดให้กว่า 10 รูปตามที่ขอมาทางอีเมล์ คุณเก๋แจ้งทางบีบีว่าอยากดูกระเป๋าวันนี้มากๆ ยูจึงนัดเจอที่เซ็นทรัลบางนาราวๆบ่ายสอง และตัดสินใจขับรถไปเซ็นทรัลบางนา สักครู่คุณตอบมาว่า ต้องไปรับลูกบ่ายสามเดี๋ยวไม่ทัน

ตอนค่ำได้คุยบีบีกัน คุณเก๋ซักถามหลายอย่าง

พูดอะไรแปลกๆเช่น เด็กสมัยนี้เก่ง กล้าซื้อของแพงๆมาขายเยอะ ทั้งที่ไม่มีออเด้อร์ก่อน


คุณขอนัดเจอ 29/6 ยูบอกว่าต้องคอนเฟิมและมัดจำก่อน เพราะกลัวเจอปัญหา ลูกค้าไม่มาตามนัด และกลัวเจอลูกค้าที่มาลองๆสะพายแล้วไม่เอา จะทำให้กระเป๋าชอกช้ำสำหรับลูกค้าที่ซื้อไปเป็นเจ้าของจริงๆ ขอมัดจำก่อนเพื่อยืนยันว่าต้องการซื้อจริงๆและนัดตรวจสอบความแท้และสภาพว่าจริงตามที่ส่งรูปให้ดู

แต่ถ้าไม่แท้หรือไม่สบายใจ(คือกรณีว่าปลอม/สภาพไม่เป็นตามรูป)จะคืนเงินมัดจำให้

คุณเก๋ตกลงโอนเงินมัดจำ 1000 (28/6) และมีการนัดหมายพบกัน 11:00 น ที่สตาบัค central bangna วันรุ่งขึ้น (ยูได้แจ้งให้คุณเก๋ทราบว่าอาจจะไม่ได้ไปเองเพราะค่อนข้างยุ่ง แต่น้องชายจะเอาไปให้ดู) สรุปคุณไม่โอนมัดจำให้ แล้วไม่แจ้งด้วยว่าไม่โอน

วันที่ 29/6 (ยูติดประชุมตั้งแต่ 8:30 และได้เปิดบีบีเป็นระบบ silent) คุณเก๋บีบีมาบอกว่าเมื่อคืนลืมโอนเงิน จะโอนให้วันนี้ 9 โมง และได้ขอเบอร์โทรยูไป

น้องชายไปรอตามนัดตั้งแต่ก่อน 11:00 รอถึง 11:35 และเช็คบัญชีแล้วคุณเก๋ก็ไม่ได้โอนเงินมัดจำมา เนื่องจากมีนัดลูกค้าอื่นตอนบ่ายโมง ยูจึงให้น้องชายออกจากเซ็นทรัลบางนา หลังจากนั้นคุณเก๋จึงบีบีเข้ามาตอน 11:38 ถามว่าถึงสตาบัคแล้วเหรอ คุณเก๋กำลังจะออกจากบ้าน คุณเก๋สงสัยว่า ถ้าซื้อกระเป๋าไป จ่ายเงินแล้ว กระเป๋าไม่แท้ จะคืนเงินค่ากระเป๋าให้หรือไม่ ยูตอบว่าคืนเงินแน่นอน เพราะของแท้แน่ๆ ซื้อมากับมือทุกใบ ถ้าไม่สบายใจเอาเข้าห้อง catch fake ก่อนเลย คุณเก๋บอกว่าขี้เกียจ ส่วนน้องชายขึ้นทางด่วนแล้ว ยูแจ้งว่าคงต้องนัดกันใหม่วันหลัง และเพื่อซื้อความรู้สึกลูกค้า ยูบอกขอโทษ(ทั้งๆที่ยูไม่ได้ผิดนัด) และบอกคุณเก๋ว่า พรุ่งนี้ยูจะลดพิเศษให้ต่างหาก (จากราคาที่ตกลงกันคือ 75,000)

คุณเก๋แสดงความประสงค์อย่างชัดเจนว่าต้องการซื้อ แค่ต้องการดูให้แน่ใจก่อนว่าแท้ จึงนัดหมายกันครั้งที่ 3 30/6 เวลา 11:00 ที่สตาบัค เซ็นทรัล บางนา และบอกว่าถ้าเลทให้รอด้วย ยูจึงรับปากว่าจะรอ และคอนเฟิมเวลา

คุณเก๋ก็ยังไม่ยอมโอนเงินมัดจำ จนกระทั่งหลังเที่ยงคืนจึงโอนเงินมัดจำเข้ามา

วันที่ 30/6 วันที่เรานัดเจอกัน คุณเก๋โทรหายูประมาณ 10:30 ขอเลื่อนนัดเป็นเที่ยง บอกว่าถ้าไม่ได้ต้องเป็นวันอื่น พอดีน้องชายอยู่สตาบัคแล้ว ยูคอนเฟิมบอกว่ารอแน่ๆค่ะ

ประมาณ 12:00 น้องชายยูลงไปเลื่อนรถเนื่องจากจอดแบบเร่งด่วน 30 นาที พอดีกับที่คุณเก๋ส่งบีบีเข้ามาพอดีว่าถึงสตาบัคแล้ว ยูบอกว่าน้องชายกำลังขึ้นมาจากที่จอดรถ ไม่เกิน 5 นาทีจะถึงสตาบัค คุณเก๋บอกว่ามีเด็กมาด้วย หิวแล้ว ไปเจอที่ร้านอาหารเซนแล้วกัน ยูก้อตอบตกลง(เพราะคุณบอกว่าเด็กหิวจะให้ปฏิเสธคุณเหรอคะ) และโทรบอกให้น้องไปพบคุณเก๋ที่ร้าน สั่งว่าเมื่อถึงให้โทรหาคุณเก๋ เชิญคุณเก๋ออกมาพบหน้าร้าน

เหตุผลคือ

1) ในร้านอาหาร ไม่สะดวกที่จะดูกระเป๋าและจ่ายเงินบนโต๊ะอาหาร

2) ในร้านอาหารที่มีอาหาร เครื่องดื่ม อาจเกิดปัญหาเลอะกระเป๋า ทำให้ไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย ในร้านสินค้าหลายแห่งห้ามนำอาหารเครื่องดื่มเข้าร้านด้วยเหตุผลเดียวกัน

3) หากคุณพาเด็กมาด้วย เป็นไปได้ว่าคุณอาจมากับครอบครัว จะเสียมารยาทหากต้องไปนั่งหรือยืนที่โต๊ะทานอาหาร และรบกวนครอบครัวคุณ

อีกไม่เกิน 10 นาที น้องชายโทรบอกว่าคุณไม่ยอมออกมาเจอหน้าร้านเพราะบอกว่าสั่งอาหารมาแล้ว ยูจึงให้น้องเข้าไปหาคุณในร้าน พบว่าคุณเก๋มากับเพื่อน 1 และเด็ก 1

ร้านอาหารมี 2 ชั้น คือ ชั้นล่างและชั้นลอย คุณเก๋นั่งตรงข้ามกับเพื่อนและมีเด็กนั่งอยู่ด้วยอีกฝั่ง

คุณแม่ยูถามว่า : คนไหนดูกระเป๋าคะ (เพราะคุณนั่งแยกกัน 2 ฟาก ถามเพื่อจะส่งกระเป๋าให้ดู) จากนั้นก็ส่งกระเป๋าให้คุณเก๋ดู

น้องชายยูใส่แว่นกันแดดจริงค่ะ แว่นตามภาพ
(เนื่องจากวันนี้มีธุระต้องไปตรวจตา หลังทำเลสิก เพราะมีอาการตาเส้นเลือดขึ้นตานิดหน่อย จึงใส่แว่นกันแดดแบบสุภาพ ร้่านอาหารไม่ได้มีข้อกำหนดห้ามใส่แว่นกันแดดเข้าร้านนี่คะ) แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย


ส่วนคุณแม่ยูใส่แว่นสายตาของ Dior เลนส์ทำสีชมพูเพื่อความสวยงามดังภาพ (ยูไม่ทราบว่าแว่นอันนี้ใส่แล้วบุคลลิตจะแปล่งๆตรงไหน คุณพูดเหมือนแม่ยูแลน้องชายแต่งตัวเป็นโจร)
(ไม่ใช่แว่นกันแดด) และสามารถมองเห็นดวงตาคุณแม่แน่นอน แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย



ฝั่งคุณเก๋ น้องชายยูไปนั่ง อีกฝั่งมีเพื่อนคุณ เด็ก และสิ่งของวางอยู่ เหลือที่น้อยมาก คุณแม่จึงยืนอยู่ไม่ได้นั่ง เก้าอี้เป็นไม้ขนาดใหญ่ค่อนข้างเลื่อนยาก คุณถามคุณแม่ว่า รีบเหรอ

น้องชาย : ครับ มีธุระต่อ

จากนั้นจึงเลื่อนของ ขยับที่ทาง คุณแม่ไปนั่งฝั่งเพื่อนคุณ และไม่ได้พูดอะไรอีกเลย

คุณถามคำถามไปเรื่อยๆระหว่างที่ดูกระเป๋าไป ได้แก่ : กระเป๋ามีกี่แบบ/ไซส์, ไปซื้อมาเองหรือเปล่า, มีมาให้ดูกี่ใบ

น้องชายยูก็ตอบคำถามและยังบอกให้คุณเอาการ์ดโฮโลแกรมออกมาดู ส่งใบเสร็จและใบเคลมแวทตัวจริงให้ดู

คุณและเพื่อนพิจารณาดูกระเป๋าอย่างลังเล พูดว่าการ์ดใช่ แต่สายเบาๆ ไม่แน่ใจว่ากระเป๋าใช่หรือเปล่า และไม่ได้พูดเบาๆอย่างที่คุณบอก เพราะถ้าพูดเบาน้องและแม่ของยูคงไม่ได้ยิน

คุณและเพื่อนมีการปรารภกันว่า จะดูยังไงว่าแท้ ซึ่งยูเอาไปให้ดู 2 ใบ คุณและเพื่อนเอาไปดูคนละใบ และพิจารณากระเป๋าจนพอใจ (ตลอดเวลาที่คุณตรวจสอบดู คนของยูก้อไม่ได้พูดหรือทำกิริยาไม่พอใจใดๆ คุณสามารถตรวจสอบดูอย่างพิจารณา อย่างไม่เร่งรีบ) เมื่อคุณดูเสร็จจึงบอกว่าไม่เอาจะเอาเงินมัดจำคืน

น้องชายจึงเก็บกระเป๋าเข้าถุง และบอกว่าให้คุยกับพี่ยู

คุณเก๋โทรหายู บอกว่าจะเอามัดจำคืน ยูถามว่าติดปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ คุณเก๋บอกว่าไม่สบายใจ ยูจึงบอกว่างั้นช่วยส่งเลขบัญชีมาให้ก่อนนะคะ โดยยังไม่ได้รับปากจะคืนมัดจำให้เพราะยังไม่ได้ซักถามอะไรเพิ่มเติมเนื่องจากกำลังติดประชุมอยู่

หลังจากสอบถามน้องชายจึงได้ทราบว่าคุณดูสินค้าไม่เป็น และคิดว่ากระเป๋าเราไม่ใช่ของแท้



สิ่งที่คุณกล่าวมันช่างขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง

--คุณบอกว่าได้ไปเห็นของจริงที่ร้านอื่น แต่เป็นสี navy blue แล้วคุณไม่ชอบ แต่คุณให้ยูเอากระเป๋าไปให้ดู 2 ใบคือ metallic และ navy blue เพื่ออะไรคะ ในเมื่อคุณไม่ชอบสี navy blue อยู่แล้ว

--คุณเคยเห็นของจริงที่ร้านอื่นแล้ว น้ำหนักสายต่างจากสายกระเป๋าของยูจริงหรือคะ

ถ้าคุณเคยเห็นของจริงน่าจะทราบว่าของจริงเป็นอย่างไรนะคะ แล้วคุณบอกภายหลังว่าคุณดูไม่ขาด

--คุณว่าตอนขอย้ายร้านไปเซ็นไม่เห็นยูบอกว่าไม่ได้ ก้อคุณบอกว่าเด็กหิว จะให้ยูไม่ให้ไปทานข้าวก้อเกินไปไหมคะ พอถึงหน้าร้านขอให้คุณช่วยออกมาหน้าร้าน ทำไมคุณไม่ออกมาคะ

--คุณบอกว่าดูผ่านๆไม่อยากดูแล้ว แหมคุณดูอย่างละเอียด ใช้เวลาร่วม 10 นาทีนะคะ ดูกันสองคน คนละใบ ใบที่ไม่ชอบก้อดู บอกว่ามองผ่านๆใจไม่เอาแล้ว เอาการ์ดโฮโลแกรมมาเทียบดู เปิดดูด้านใน-นอก ดูจนทั่ว ถามคำถามหลายอย่าง ทั้งๆที่คุณก้อได้ถามและได้คำตอบจากยูไปแล้ว เช่นคุณถามยูทางบีบีหลายๆครั้งว่ากระเป๋ารุ่นนี้มีกี่ไซส์ ยูตอบไปหลายครั้งแล้วว่าเห็นแต่ขนาดนี้ขนาดเดียวค่ะ มาที่ร้านคุณก้อยังถามคำถามเดิมซ้ำๆอีก ยูแจ้งคุณว่ายูซื้อมาเองกับมือ คุณก้อถามน้องชายอีกว่าไปซื้อมาเองเหรอ ใครไปซื้อมา

--คุณบอกว่าคุณอยากซื้อไม่งั้นจะนัด 2-3 ครั้งและมัดจำทำไม – แล้วคุณกลับพูดว่าแค่นัดดู ทำไมยูไม่บอกว่าดูแล้วต้องซื้อ แปลว่าอะไรคะ นัดดูเฉยๆ ไม่ซื้อ ถ้าคุณจะดูเฉยๆก้อบอกสิคะ คุณแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการซื้อ แต่ขอดูว่าของแท้หรือเปล่าใช่ไหมคะ ถ้าแท้ซื้อหรือขอคิดดูก่อนคะ ทำไมไม่บอกให้ชัดเจน ถ้าคุณบอกว่าดูไม่เป็น/ของแท้ก้อยังไม่ซื้อ ยูจะได้ตัดสินใจไงคะว่าจะเอาไปให้คุณดูหรือเปล่า

--คุณพูดว่าถ้าทางเราไม่เสนอก่อนคุณคงไม่ถามเรื่องขอมัดจำคืน และกะจะไม่เอาคืนเพราะทำให้ยูเสียเวลา แต่คุณโทรทันทีเลยนะคะ และพูดเลยว่าขอมัดจำคืน ยูถามว่ามีปัญหาอะไรหรือคะ คุณก้อไม่บอก พูดว่าไม่สบายใจ ยูเลยบอกว่าส่งเลขบัญชีมาก่อนนะคะ เด๋วค่อยคุยรายละเอียดกัน

ยูส่งบีบีหาคุณอีกว่าประชุมอยู่ ยังไงจะโทรมาเคลียร์เพราะจะสอบถามว่าไม่ชอบหรือติดปัญหาอะไร

ถ้าคุณว่าของมีตำหนิ สะพายไม่สวย ไม่ชอบ ยูรับได้ค่ะ ก้อคืนเงินกันไป

แต่คุณมาหาว่ากระเป๋าไม่แน่ใจว่าแท้ รับไม่ได้ค่ะ เพราะมันแท้แน่ๆ แล้วคุณก้อดูไม่เป็นเลย มาทำให้เสียเวลา นัดก้อผิดนัดหลายครั้ง ยูจึงคำอธิบายและแจ้งขอไม่คืนมัดจำเนื่องจากการไม่ได้ซื้อขายครั้งนี้เป็นความผิดของคุณเพราะคุณดูกระเป๋าไม่เป็น หาว่ากระเป๋ายูไม่ใช่ของแท้ เพราะคุณไม่แน่ใจ นัดแล้วผิดนัดหลายครั้ง


--คุณบอกว่าดูมาแล้วร้านอื่น. แต่ไม่ชอบสี สรุปว่าคุณยังไม่แน่ใจอีกเหรอคะว่าคุณชอบกระเป๋ารุ่นนี้หรือเปล่า

คุณก้อส่งตอบโต้มานะคะ ทำไมไม่บอกให้หมดล่ะคะ สุดท้ายคุณบอกว่าไม่เอาคืนก้อได้เงินแค่นี้ถือว่าทำบุญ จบ

ยูก้อเลยคิดว่าคุยกับคนอย่างคุณก้อไม่มีประโยชน์ จึงบอกว่า ขอลบคอนแทคคุณออกเปลืองเมมโมรี่ แล้วเงินคุณไม่ต้องห่วงเอาไปทำบุญให้อยู่แล้ว

--คุณบอกว่าปกติคุณโทรหาใครเค้าก้อโทรกลับหาคุณ (คุณบอกว่าไม่เคยซื้อใน sbn เลยค่ะนี่เป็นครั้งแรก) การที่ยูไม่ค่อยว่าง ติดประชุม มันผิดปกติตรงไหนคะ คุณเคยซื้อของกับแม่ค้าใน sbn ไหมคะ บางคนก้อมีงานประจำอื่นๆนอกเหนือจากการขายกระเป๋านะคะ แล้วการคุยผ่านช่องทางอื่นก้อไม่ได้เป็นอุปสรรคนี่คะ ยูส่งคนไปตามนัดทุกครั้ง คุณไปตามนัดและ ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือเปล่า

--การที่คุณไม่ซื้อขายก้อไม่เสียหาย การที่ยูไม่ต้องติดต่อหรือมีลูกค้าอย่างคุณก้อไม่เสียหายค่ะ ดีเสียอีก จะได้มีแต่ลูกค้าดีๆ แล้วบอกว่าจะได้เตือนใจหลายๆคนกับการซื้อของกับแม่ค้าหน้าใหม่ ทำให้ยูแน่ใจเลยค่ะว่าคุณคงไม่ได้ต้องการซื้อของกับยูตั้งแต่แรก แต่นัดเพื่ออะไรไม่ทราบจริงๆ

--กล่าวหาว่าเห็นน้องกับแม่ยูใส่แว่นกันแดดเข้ามาทั้ง 2 คน สัญชาตญาณแปร่งๆ อะไรของคุณคะ

--ไม่แน่ใจในของ คุณช่วยอธิบายหน่อยสิคะ กระเป๋าผิดปกติตรงไหน คุณไม่บอกเลยว่าตรงจุดไหน เพราะคุณไม่รู้ไงคะ เพราะมันคือของแท้ ทำไมคุณไม่พูดถึงกระเป๋าที่ดูเลยคะ ทั้งที่คุณกับเพื่อนใช้เวลาดูพอสมควรแล้ว

--ส่วนที่ว่าเป็นคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาว่าคุณ ขอบอกนะคะว่าทั้งยูและน้องจ๊อยเป็นผู้มีหัวนอนปลายเท้าแน่นอนค่ะ เราพูดแต่เรื่องจริงมีหลักฐาน ไม่บิดเบือนหาความดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ไม่ใช้อคติ(ไม่ใช้สัญชาตญาณผิดๆ อคติส่วนตัว) มีมารยาท(ไม่เลือกจะดูกระเป๋ากลางโต๊ะอาหารในร้านอาหาร) ถึงจะอายุน้อยกว่าแต่มีวุฒิภาวะ ตรงต่อเวลา(การไม่รับสายบางครั้งไม่ใช้เรื่องเสียมารยาทนะคะถ้าหลับอยู่หรือติดธุระสำคัญ)

--สิ่งที่ยูและจ๊อยพาดพิงถึงคุณเป็นเรื่องจริง แต่คำพูดที่คุณกล่าวหา เช่นไม่แน่ใจว่ากระเป๋าแท้หรือเปล่า หาว่าเราไม่มีหัวนอนปลายเท้า นี่เป็นคำพูดของวิญญูชนหรือคะ พิจารณาตัวเองด้วยนะคะ ถ้ายังไม่ยอมจบเรื่องอีก ก้อขอให้เผชิญหน้ากัน มาพิสูจน์ว่ากระเป๋าแท้หรือไม่ คุณล่ะกล้าหรือเปล่า
mamee
#19
ขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ว่าไม่รู้จักทั้งสองฝ่าย


เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะคะ แต่กรณีนี้เห็นใจแม่ค้าค่ะ เพราะส่วนตัวก้อเคยเจอคนซื้อถามเหมือนกันค่ะ ว่าของจริงอะเป่า ซึ่งส่วนตัวก้อคิดว่า มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะถามได้ และถ้าเรามั่นใจอยู่แล้ว ก้อตอบไปแบบยิ้มๆค่ะ แต่แรกๆก้อแอบปรี้ด เหมือนกัน แต่ก้อเข้าใจว่า การซื้อขายผ่านอินเตอเน้ทมันก้อมีตัวอย่างมาเยอะ แต่เราก้อเข้าใจเขาใจเรานะคะ ไม่โกรธดีกว่าแก่เร็วด้วย แต่การนัดดู-นัดรับเนี้ย ก้อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของผู้ขายมากที่สุด เท่าที่จะทำได้แล้วนะคะ หลังๆจะนัดกับผู้ซื้อ ก้อจะนัดให้ตรงเวลา และ สถานที่ๆเรากำลังจะไปเท่านั้น เผื่อบางกรณี ที่การขายไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเหตุผลใดก้อตาม จะได้ไม่เกิดอาการเซ็งค่ะ เพราะไม่ได้ขอมัดจำ ซึ่งส่วนใหญโชคดีเจอแต่คนน่ารัก


แต่ก้อมีบ้างที่มีไม่ได้ขาย เพราะเหตุผลของทางผู้ซื้อ แต่เราก้อไม่เซ็ง เพราะก้อไปเดินทำธุระลั้ลล้าเราต่อ แต่ถ้าเป็นเรื่องใส่แว่นตาดำในห้างไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดวิสัยนะคะ ถือเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพตาของผู้ใส่เองด้วย ตามคำแนะนำของจักสุแพทย์นะคะ ป้องกันลม อากาศเสีย หรือแดด เหตุของต้อทั้งหลาย เพราะตัวเอง ก้อมีปัญหาและตาแห้งด้วยค่ะ คุณหมอตา จึงแนะนำมาอย่างหนักแน่น ว่าอย่าไปอายชาวบ้านเค้า เพราะเวลาเสียตังค่ายารักษาตา ชาวบ้านเค้าไม่ได้มาออกตังช่วย เพราะเราก้อแอบเขินเหมือนถ้าต้องใส่แว่ตาดำ แต่ถ้าใส่ใธนาคาร อันนี้คงจะไม่เหมาะๆแน่ๆ อย่างที่คุณ mukkie บอกว่าอย่างน้อย ผู้ซื้อเองก้อต้องทำการบ้านมาด้วย สังเกตเห็น คุณ joycelv ขายของมาเยอะ คุณ kay ก้อเป็นสมาชิกมานานเหมือนกัน อย่างน้อย ก้อน่าจะมีการตรวจสอบ หรือเช็คการขายของ คุณ joycelv มาก่อนก้อได้นะคะ ลองเช็คตามกระทู้ต่างๆ เพราะบางครั้ง สมาชิกใหม่ๆ บางท่าน ก้อมีคนน่ารักๆ ตั้งใจ ค่าขายกันแบบสุจริตก้อมีนะคะ ก้อจะคล้ายๆกัน กะ คนที่เป็น ทีเอม หรือไม่ หรือ ผู้ใหญ่ ย่อมถูกกว่าผู้น้อย ก้อต่างกรณีกันไปนะคะ สุดท้าย ก้อยังอยากให้เรื่องจบลงด้วยดีทั้งสองฝ่ายนะคะ
madam-neat
#20
เท่าที่อ่านเข้าใจว่าเงิน 1000 บาทนี่คือมัดจำสำหรับป้องกันว่านัดแล้วไม่มาใช่หรือไม่คะ
ส่วนที่ว่ามาแล้วซื้อหรือไม่ชอบก็ไม่ซื้ออันนี้อ่านแล้วก็ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าแม่ค้าคงไม่คืนแล้วละค่ะ อันนี้ก็ตกลงกันเองนะจ๊ะ
แต่เคยเป็นไหมคะที่กับบางคนเราไม่รู้จักเลย พึ่งเคยเจอแต่รู้สึกไม่ชอบหน้าเขา คือเขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้แต่เห็นหน้าแล้วไม่ถูกชะตาซะเฉยๆ
แล้วคนมีอายุมุมปากจะตกค่ะ หน้าจะดูดุ ทำหน้าเฉยๆก็เหมือนหน้าบึ้ง
เคยมีคนบอกเราบ่อยค่ะ ว่าเห็นหน้าเราครั้งแรกแล้วไม่ค่อยชอบ เพราะเราหน้าดุ ไม่ค่อยยิ้ม ดูหยิ่งๆ(อันนี้ยอมรับค่ะบุคลิกเราเป็นแบบนี้)
แต่ถ้าได้คุยกันก็จะชอบเพราะตัวจริงเราไม่ได้เป็นแบบนั้น ปกติจะใจดีถ้าไม่เหลืออดก็ไม่วีน

มีเรื่องเล่าค่ะ ปกติเราจะไปรับ-ส่งลูกที่โรงเรียนเอง ที่นี้ก็มีผู้ปกครองท่านนึงเข้ามาทัก เดี๋ยวจะเล่าเป็นไดอะล็อกเลยละกัน
ชี...เห็นถือกระเป๋าสวยๆแล้วก็เปลี่ยนอยู่เรื่อย ขายกระเป๋าเหรอคะ(อยู่แถวม้าหินอ่อน มีคนเพียบ ทั้งครู ทั้งผู้ปกครองท่านอื่นๆ)
เรา..ค่ะ ส่วนมากจะขายในเน็ตน่ะค่ะ ที่นี่คนไม่ค่อยเล่นกัน
ชี...ขอดูใบนี้หน่อยซีคะ อยากได้อยู่พอดี(nvf mm)นี่ก็ชอบนะของแบรนด์เนม ที่บ้านก็มีบ้างแต่ไม่ค่อยถือ
เรา..ได้ค่ะ ตามสบาย แล้วก็ให้เขาดูกระเป๋าคิดในใจว่า ดีจังที่ได้รู้จักคนคอเดียวกัน ชีก็เอาไปจับๆดูๆ
ชี...ไม่มีของแท้เหรอคะ อยากได้ของแท้อ่ะค่ะ
เราอึ้งค่ะ วินาทีนั้นรู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้ดูของไม่เป็น แล้วก็คงไม่เคยมีหรอกไอ้แบรนด์นงแบรนด์เนมที่ว่านั่นน่ะ(แล้วมาทักฉันทำไมเนี่ย)
เรา..(หัวเราะ) ถ้าใบนี้ไม่แท้ก็ไม่มีใบไหนแท้แล้วละค่ะ ขอตัวนะคะ.... รีบเดินหนีเลยค่ะ ไม่คุยด้วยหรอกคนแบบนี้
chamamard
#21
คนอย่างงี้ก็มีด้วยเน๊อะ เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะซื้อแต่แรกอ่ะ แต่เสียไม่ได้เลยดูๆ ไปก่อนแล้วก็ติแล้วก็ไม่เอา มันน่านักน่ะคนแบบนี้ บอกตรงๆ ดีกว่ามั๊ยว่าไม่มีเงินไรงี้

ฟังแล้วอารมณ์เสียแทนมากๆ สู้ต่อไปน้องจ๊อยซ์
Milford House
#22
น้องจ๊อย น้องยูคะ พี่แนนว่าคืนเห็นให้เขาไปเถอะ นึกเสียว่าซื้อความสบายใจ
คืนไป แล้วจะได้ลืมเรื่องทั้งหมดไปเสีย
ไม่งั้นก็คิดถึงมันแบบนี้
เงินพันนึงไม่คุ้มกับความกังวลที่มีหรอกค่ะ
นึกเสียว่าซื้อความรู้สึกดี ๆ กลับมา
แล้วไม่ต้องนึกถึงมันอีก
คนเรามีความแตกต่างทางความคิดค่ะ
ทะเลาะกันไปไม่มีประโยชน์หรอกนะคะ

คุณเก๋คะ
แนนเข้าใจว่าเวลาซื้อของทางเน็ตนี่
บางทีก็ cold feet นะคะ
ทีนี้บอกคนขายชัด ๆ นะคะ ว่าขอลองดูก่อน
ส่วนเรื่องปลอมไม่ปลอมนี่ คนขายเขารับประกันตั้งแต่ก่อนส่งขอแล้วนะคะ
ขอให้คุณได้เงินคืนด้วยค่ะ
joyceLV
#23
จ๊อยไม่คืนเงินค่ะ

ถ้าจ๊อยคืนตัง1,000บาทไป นั่นก็เท่ากับคำที่คุณเก๋กล่าวหาว่ากระเป๋าจ๊อยปลอม เป็นความจริง

เงิน1,000 ไม่ได้ทำให้จ๊อยรวยหรอกค่ะ แล้วจ๊อยจะเอาไปทำบุญตามคำขอของคุณเก๋ด้วย
kwang_love_u
#24
ถ้าเราถือกระเป๋าแท้ แล้วมีคนมาพูดว่าเป็นของปลอม เราก็หน้าชาเหมือนกันนะคะ คิดในใจว่านังนี่ดูไม่เป็นแล้วปากดีอีก
earthx
#25
นัดดูกระเป๋าแล้วไม่เอา: ผมเคืองนะ แต่ไม่ได้อะไรมากมาย ถือว่ามาเที่ยวห้าง
หาว่ากระเป๋าปลอม: โกรธนะ แต่ไม่ได้อะไรมากมาย ถือซะว่าลูกค้าดูไม่เป็น คิดว่าของคนอื่นเป็นของปลอมเหมือนตัวเอง

แต่.. มาพูดถึงคุณแม่ของผมเนี่ย ผมยอมเสีย 500 บาท และเจอกันที่โรงพักละกันครับ
ว่าผม ผมไม่ว่า แต่ถ้ามาว่าคุณแม่ผม หรือ พูดถึงในด้านที่ไม่ดี คุณเจอกับผมสักตั้งละกัน
ผมไม่รู้จักคุณ คุณไม่ได้รู้จักครอบครัวของผมดีขนาดนั้น ถึงขนาดจะมาวิจารณ์คุณแม่ผม..

คุณลูกค้าโชคดีแล้วนะครับ ที่แม่ค้าคราวนี้เป็นคุณจ๊อยส์และคุณยู
ถ้ามาเป็นผม ต่อให้โดนหาว่า ทำร้ายผู้หญิง หรืออะไรก็เหอะ เพียงแค่คุณมองคุณแม่ผมอย่างเหยียดๆ คุณก็เตรียมมีเรื่องกับผมได้เลยครับ ^^

ปล. ขออภัยที่อาจจะแรงไปนิดนึงนะครับ แต่เรื่องพวกนี้ ผมซีเรียสครับ แฮะๆ
NongK
#26
Originally Posted by rycool
ขำคุณjan00009มากค่ะ เรื่องที่คนมาซื้อบอกมีกระเป๋าเป็นร้อยใบ คุณหญิงแม่ใช้ประจำ555
คนเราเนอะ ก็พูดไปเรื่อยเปื่อย

เข้าใจอารมณ์น้องจ๊อยเลยค่ะ เสียเวลาเราจริงๆและก็เสียความรู้สึกด้วย อันนี้เจ็บปวดหนัก
ถ้าดูไม่ขาด แกจะมานัดรับของทำไมน้อออออ

ของพี่ก็เคยเจอค่ะ แต่ไม่มีเรื่องบอกว่าของเราปลอมนะคะ
นัดเจออย่างดิบดี นัดล่วงหน้าสามวัน smsมาคอนเฟิร์มทุกวัน
พอนัดเจอ โห ตั้งใจลองกระเป๋าเราอย่างมาดมั่น หากระจกเพื่อลองสะพาย
พูดโน่นนี่ คุยยังกะสนิทกันมาสามปีได้ อย่างโน้นอย่างนี้
บอกราคาลดได้มั้ย เราก็ลดให้ กระเป๋าchanel ของใหม่เลยด้วย
ขายเท่าทุนไม่ได้บวกอะไร เพราะพรีมาซ้ำ

เสร็จละเริ่มพูดให้เรางงๆบอกว่าโอเค แต่เงินในธนาคารไม่พอ มีอยู่แปดหมื่นกว่าๆ
อีกบัญชีนึงไม่ได้เตรียมมา บอกให้เราก่อน80,000ได้มั้ย พรุ่งนี้จะโอนให้อีกสามหมื่นกว่าๆ
แต่ทำนองขอเอาของไปก่อนนะ อ้าว!!คิดว่าเรากินหญ้าหรือไงน๊า

เราเลยบอกเอางี้นะคุณเก๋ (ชื่อเหมือนกันกะโจทก์น้องจ๊อยอีกตะหาก)ขอมัดจำ2000
พรุ่งนี้นัดเจอช่วงเช้า เอาของก็ได้ ทีนี้แหละเริ่มตะกุกตะกัก เอ่ออ่า เอ่ออ่า
แล้วบอกว่าเพิ่งไปมัดจำจัมโบ้แดง11Cไว้ เมื่อวันก่อน ทำใจไม่ได้ใช้เงินเยอะมาก
ขอคิดดูคืนนึง แล้วจากเราไปแบบเนียนๆค่ะ เราก็อึ้งๆนะ นั่งมองหน้าแฟน

แฟนบอก ชั้นล่ะกลัวเธอให้เป๋าเค้าไปจริงๆเลย ยิ่งซื่อๆอยู่555
เราบอกไม่หรอก ดูแปลกๆตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ซื้อของแต่พกเงินมาไม่ครบ
หลังจากนั้นเธอคนนี้ก็whats appมาพรรณนาว่าสวย อยากได้
นอนไม่หลับแน่เลยคืนนี้ เราอ่านแล้วขำมากเลยค่ะ ไม่สนใจแล้ว
เพราะรู้ว่าคงไม่เต็มเต็ง แต่เราเก็บเบอร์เค้าไว้เลยค่ะ Blacklistอันดับ1ไว้เลย

เสร็จแล้วเราไปเห็นเค้าลงกระทู้ขายกระเป๋าเค้าค่ะ เค้าลงไว้ตัวเบ้อเร่อเลยว่า
ขอร้องนะคะ ใครcfแล้วอย่าหายนะคะ เบื่อมากเลยค่ะคนแบบนี้
555 ทีตัวเองทำล่ะ เข้าข่ายเป๊ะๆเลย

เราว่าเค้ามาอ่านคงปรี๊ดแตกแน่นอนค่ะ

น้องจ๊อยไม่ต้องสนใจคนแบบนี้หรอกค่ะ พี่ไม่เคยริบมัดจำใครนะคะ
แต่ถ้าเป็นกรณีนี้พี่ไม่คืนค่ะ ความผิดไม่ได้อยู่ที่เรา
กระเป๋าสวยๆเค้ามีเจ้าของทุกใบค่ะ
ให้กระเป๋าไปอยู่กับคนที่คู่ควรละกันเนอะ^_^


ขอเบอร์โทร กับล็อคอินหลังไมค์ได้มั้ยคุณรี่ จะได้เป็นวัคซีนป้องกัน เหอๆๆๆๆ
panjap
#27
เคสนี้คิดว่า คุณ joyce ไม่ผิดเลยนะ คนซื้อคุณ kay คุยด้วยแปลกๆ มีแดกดันด้วยจาก BB แถมตัวเองก็ดูไม่เป็น พาเพื่อน ที่ดูไม่เป็นไปด้วย แล้วก็หาเรื่องไม่เอา โดยตำหนิว่าใส่แว่นดำอะไรก็ไม่รู้ อันนี้หาเรื่องกันชัดๆ

ถ้าเป็นเราขาย ก็ไม่เอากระเป๋า ใบละเกือบแสนไปดูใน zen หรอกนะ กลิ่นอาหารมันแรงซะ แถมคุณมีเด็กอีก เกิดน้ำหวาน น้ำซุปหกรดกระเป๋า ใครรับผิดชอบ
Gunnie
#28
ขออนุญาต ขุดนะคะ ....ไว้เป็น case study ให้กับพ่อค้าแม่ค้า หรือลูกค้าท่านอื่นๆค่ะ ^^
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3