เรื่องมีอยู่ว่า พี่ที่เคารพเค้าโดยขโมยนาฬิกา Piaget pinkgold ไปในบริษัท ล่าสุดตามหาตัวคนขโมยได้ มีการแจ้งความเรียบร้อย คนขโมยนำไปขายที่ร้านแห่งหนึ่งที่มีชื่อในนี้ ซึ่งร้านดังกล่าวก็มีหลักฐานการซื้อจากคนที่ขโมยไป พอมาถึงจุดนี้ทางเจ้าของเดิมเค้าอยากได้นาฬิกาเค้าคืน แต่ร้านดังกล่าวบอกว่า ไม่ได้อยู่ในส่วนความรับผิดชอบของเค้า เนื่องจากปกติเค้ารับซื้อของเก่า ไม่ได้รับซื้อของโจร สิ่งที่เค้าพอจะช่วยได้มีเพียงจะพยายามนึกให้ได้ว่าขายใครไป ถ้าเค้ามีเวลา จะตามคนซื้อให้ อย่างอื่นเราต้องจัดการเอง
มูลค่าของราคาเรือนนี้อยู่ที่ประมาณล้านบาทเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เค้าซื้อมาในราคา 6 หมื่นแล้วบอกว่าขายไปในราคา 1 แสนบาทน่ะค่ะ ตอนนี้ก็เลยใม่รู้จะทำยังไงต่อดี เพื่อนๆ ช่วยคิดหน่อยค่ะ
ปล ร้านนี้ชื่อเสียงดีมากในนี้ ตอนรู้ข่าวยังแอบตกใจเลยอ่ะ:(
ตามกระทู้นี้เลยค่ะ
http://siambrandname.com/forum/showthread.php?t=1469503&highlight=Piaget+pinkgoldกระทู้นี้บอกว่าขายแล้ว
http://siambrandname.com/forum/showthread.php?t=1473518&highlight=piaget+pink+gold
ผิดทั้งคนซื้อ-คนขายค่ะ คนที่เอามาขายก็ผิดฐานลักทรัพย์ คนซื้อก็ผิดฐานรับซื้อของโจร
แจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งความว่าเราเจอนาฬิกาของเราแล้ว เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกคนที่รับซื้อนาฬิกามาให้การ
ไม่ต้องไปคุยกับคนที่รับซื้อหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่า คนซื้อก็มักจะอ้างว่ามีคนมาขายให้ก็รับซื้อไว้เท่านั้นเอง แต่ตามกฏหมายแล้ว ของที่ได้มาโดยมิชอบ
การซื้อ-ขายนั้นก็มิชอบโดยกฏหมายด้วย ถ้าของราคาแพง ถ้าฟ้องร้องแล้วคุ้ม ก็ฟ้องเลยค่ะ ยังไงก็ชนะ
ก็ฝากเตือนคนซื้อว่าเห็นใครมาขายอะไรให้ในราคาที่ถูกเกินจริง ก็อย่าพึ่งตาวาวรีบตะครุบ ฉุกคิดสักนิดนึงว่าถูกๆอย่างนี้ของขโมยมารึเปล่า ซื้อแล้วจะซวยไหมเนี่ย
ถ้าใครเคยไปขายทองตามร้านจะรู้ดีว่า เวลาขายเขาจะขอดูบัตรประชาชนเราด้วย
ก็เอาใจช่วยเจ้าของนาฬิกานะคะ เจอของก็ถือว่าโชคเข้าข้างแล้วค่ะ สู้ต่อไปอีกนิดนึง ใกล้ความจริงแล้ว
.............................................อืม...........................................................
ตึ้บค่ะ.....เราคิดออกแต่เพียงว่า งานนี้คงต้องจิกให้เจ้าหน้าที่ ตร จัดการนะคะ เพราะนาฬิกาได้ตกไปอยู่ในมือบุคคลที่ 4 แล้วในที่นี้คือลูกค้าที่มาซื้อจากร้านขายนาฬิกา...
เพราะยังไงถึงแม้ร้านบอกมาแล้วว่าขายให้ใครไป คนที่เป็นเจ้าทุกข์ก็คงไม่สามารถไปบอกเค้าว่าเอานากาช้านคืนมาน้าาา นั่นมันของช้านนนถูกขโมยมา ขอคืนเถอะนะ...คงจะบอกไม่ได้อยู่ดีอ่ะค่ะ...เพราะเค้าในฐานะที่เสียเงินซื้อจากบุคคลที่ 3 ไป ถ้าไม่มีหมายตำรงตำรวจสืบค้นคดีความตามคำสั่งพิสูจน์ว่าเป็นของโจร ก็คงจะไม่คืน.....
เราว่า ตร เท่านั้นที่จะสามารถทำอะไรได้ค่ะ....ตร และ กฏหมายเท่านั้นที่จะทำให้ >>> คนซื้อเอานากาคืน >>> ร้านนากาคืนเงินคนซื้อ 100,000 >>> เจ้าทุกข์ (อาจจะ) ได้รับนากาคืน>>> ส่วนอ้ายโจรชั่วก็ต้องเอาเงิน 60,000 คืนร้านนากาและโดนจับเข้าคุกไปเลย!!!!!
ของอย่างนี้ส่วนตัวเราเราเรียกว่า 'ซื้อของโจร' แหละคะ แต่อาจจะไม่ได้ตั้งใจเท่านั้นเอง....ไม่ได้รับซื้อของโจรแต่ก็ซื้อของจากโจรไปแล้วแหละค่ะ ต่างกันตรงไหน???
ความเห็นส่วนตัว เราว่ากรณีอย่างนี้ ร้านค้าควรแสดงสปิริตให้ความร่วมมือกับเจ้าทุกข์ ร่วมกันจับโจรชั่วลากคอเอามาเข้าคุกขังกรงไปเลยนะคะ ให้ความร่วมมือเป็นพยานอะไรก็ว่ากันไป เรื่องจะได้ง่ายเข้า และจบเร็วขึ้น....ถือว่าทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ร้อนค่ะ....ของใคร ใครก็หวง ยิ่งโดนขโมยไป ใครก็อยากได้คืน....อย่าเห็นกับเงินกำไรแค่ 40,000 เลยค่ะ....ไม่ได้กำไร 40,000 แต่คุณได้ใจคนอื่นไปเต็มๆนะคะ
ที่งงอีกอย่าง คือ post ขายไว้ 330,000 บาท พอมีคนต่อเหลือ 100,000 บาท คุณโอก็ใจดีลดให้ด้วยอ่ะ
แล้วคนที่รับซื้อนาฬิกาเรือนนี้ราคา 6 หมื่นบาท จะไม่เอะใจหน่อยเหรอคะ ว่าเรือนนี้ถ้าไม่ใช่ของปลอม ก็น่าจะได้มาอย่างผิดกฎหมายอ่ะ
จากเหตุการณ์วันนี้ ยอมรับว่ามองคุณโอ 9naliga ผิดไปอย่างมาก ไม่ให้ความร่วมมืออะไรเลย นอกจากพูดว่า ""ผมมีใบขายของเก่า ""
Originally Posted by fish
ที่งงอีกอย่าง คือ post ขายไว้ 330,000 บาท พอมีคนต่อเหลือ 100,000 บาท คุณโอก็ใจดีลดให้ด้วยอ่ะ
แล้วคนที่รับซื้อนาฬิกาเรือนนี้ราคา 6 หมื่นบาท จะไม่เอะใจหน่อยเหรอคะ ว่าเรือนนี้ถ้าไม่ใช่ของปลอม ก็น่าจะได้มาอย่างผิดกฎหมายอ่ะ
จากเหตุการณ์วันนี้ ยอมรับว่ามองคุณโอ 9naliga ผิดไปอย่างมาก ไม่ให้ความร่วมมืออะไรเลย นอกจากพูดว่า ""ผมมีใบขายของเก่า ""
อึ้ง ทึ่ง เสียว ไปอีกดอก............
อืมม....คนเราบางคนบางครั้งนี่วัตถุเงินทองมันครอบงำจริงๆ เห็นผิดเป็นชอบไปได้...เข้าใจนะคะว่าค้าขาย แต่ว่าน่าจะค้าขายอย่างมีมนุษยธรรมบ้างนะคะ
อย่างที่คุณนีทแนะนำเลยค่ะ....งานนี้ ตำรวจสถานเดียว ไม่ต้องไปคุยกับร้านที่ขายและซื้อของโจรแล้วค่ะ...
เอาใจช่วยค่ะ ^___^
ขอบคุณ คุณ madam-neat และ zumo_kik นะคะ จะรีบไปแจ้งดำเนินคดีค่ะ
เรื่องต่อไปนี้เกิดขึ้นประมาณเจ็ดปีแล้ว คือเพื่อนของสามีได้ขับรถชนต้นไม้ รถพัง คนก็อาการหนักแต่ไม่สลบยังมีสติอยู่ เขามีสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทพร้อมพระเครื่องและเหรียญดังๆอีกหลายอันห้อยคอ พอรถมูลนิธิมาถึงคนแรกที่ลงมาดึงเอาสร้อยเขาขาดไปเลย เขารู้ เขาเห็น แต่เขาช่วยตัวเองไม่ได้ ตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว ชีวิตคือสิ่งที่สำคัญที่ต้องนึกถึงอันดับแรก ไม่ได้ว่าทุกคนที่ทำงานให้มูลนิธิกู้ชีพเป็นแบบนี้นะคะ คนเรามันก็มีทั้งดีเลวปะปนกัน
แล้วเรื่องก็ถึงตำรวจ ตำรวจไปตามของที่ไหนรู้ไหมคะ ร้านของมือสอง ที่เจ้าของร้านมันก็อ้างว่ามีใบอนุญาตขายของเก่าเหมือนกันนี่แหละ หน้าร้านก็ขายของ หลังร้านมันก็รับซื้อของโจร สรุปก็ได้คืน ของมูลค่าหลายแสน เจ้าของร้านซื้อที่เจ็ดหมื่น แต่มันคงไปไล่เบี้ยเอากับคนที่เอามาขายแหละเพราะรู้จักกัน ตอนนี้เจ้าของร้านเป็นอัมพาตช่วงล่างเพราะรถคว่ำ มีลูกชายมาดูแลร้านแทน เวรกรรมนี่มีจริงนะ อย่าล้อเล่นกับคำสาปแช่ง
อ้อ..ลืมบอกไป..ได้ของราคาเป็นแสนคืน เพื่อนได้ใส่ซองช่วยผ้าป่าที่ร้อยเวรเป็นกรรมการไปห้าหมื่นค่ะ...จบข่าว
ตามของคืนได้ไม่ยาก แต่ตามเงินกับความรับผิดชอบคืน อาจจะยากมากกว่า
เอาใจช่วยคุณ fish และเพื่อนนะคะ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นด้วยเถอะ
ป.ล.เรื่องนี้ทำให้เรียนรู้เพิ่มอีกอย่างในการซื้อ-ขาย คือ กระทู้คนที่น่าเชื่อถือมากๆ ใช่ว่าจะไว้ใจได้ 100% เสมอไป
webmaster น่าจะเอากรณีศึกษานี้ไปลองพิจารณาเพิ่มกฏอีกสักข้อนะคะ [SIZE="6"]'ห้ามขายของที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฏหมาย/จากการขโมย/ลักทรัพย์/ซื้อหรือรับซื้อของโจร' อะไรอย่างเนี้ยะค่ะ หากรู้แล้วมีหลักฐานแล้วแบนถาวรทันที...พ่อค้าแม่ค้าคนขายที่ของเก่า รับซื้อของเก่าอาจจะได้ระมัดระวังหน่อยไม่ซุ่มสี่ซุ่มห้า มีอะไรใครมาขายถูกกว่าความเป็นจริงก็รีบคว้ารับซื้อหมดด้วยหวังผลกำไรสูงๆ อย่างนี้ถือว่าผิดกฏหมายเต็มๆ
เรื่องนี้ผิดสังเกตตั้งแต่รับซื้อนาฬิกาจากโจรราคา 60000 บาท แต่เวลามาโพสขายในราคา 330000 บาทแล้วหละค่ะว่า ต้นทุนการซื้อกะราคาขายส่วนต่างกำไร ห่างกันเยอะมากๆๆๆๆ ใช่ไหมค่ะเพื่อนๆ เพราะฉะนั้นทางร้านจะบอกว่าไม่รู้คงไม่ได้หรอกค่ะ
ใคร ๆ ก็พูดได้ว่าไม่ได้รับซื้อ ของโจร แต่ในทางกฏหมา่ย แล้วเอาผิดได้กับคนรับซื้อได้นะคะ และจะทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้
อาจจะเป็นเพราะตัวเอง ต้ิองเสียเงินเพิ่ม แต่ทางที่ดีก็ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าของนาฬิกาดีกว่า ถ้าไม่ให้ความร่วมมือ
เจ้าของนาฬิกา ก็มีสิทธิ์ฟ้องได้ เพราะหลักฐานต่าง ๆ ก็มีถ้าจะช่วยกันจริง ๆ เช่น บ/ช ที่โอนจ่ายค่าสินค้า ถ้าไม่มี
เช่นนัดรับ ก็น่าจะรู้จักหน้่าตา หรือ ชื่อ log in ที่ใช้ในการตอบ หรือ เบอร์โทรที่ใช้ติดต่อ โดยการขอ หลักฐานการโทร
ช่วงเวลาที่ซื้อขาย...
ขอให้ได้รับของคืนค่ะ
ปล. ตั้งกระทู้ ให้อ่านเข้าใจง่ายกว่านี้ก็คงจะดี นะคะ เช่นการใช้คำ ให้ถูกต้องไปเลยดีกว่าการย่อคำ เพราะพิมพ์ให้ถูกไม่เสียเวลาหรอกค่ะ คนอ่านก็เข้าใจง่ายขึ้นด้วยค่ะ
เห็น หลาย ๆ กระทู้ เล่นคำให้ตลก ก็ไม่เป็นไรเพราะเน้นตลกเราก็ทำ เช่น มั่กมาก(เน้นเสียง) แต่ คำว่า นากา เนี่ย มันแปลกๆ ค่ะ ติ เพื่อก่อนะจ๊ะ อย่าเคืองกันเลย เป็นคุณครูเก่าค่ะ อิอิิอิ
รับซื้อของโจร...ผิดอย่างไร(Lisa ฉ.33/2552)
โดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช
น.บ. , น.บ.ท. , น.ม.(กฎหมายมหาชน)
ผมคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตคุณผู้อ่านทุกคนคงได้รับการเสนอขายสินค้าราคา ถูกเหลือเชื่อประเภทที่ต้องถามคนขายซ้ำว่า “อะไรนะครับ (คะ) ตกลงขายเท่าไหร่นะครับ (คะ)?” แถมบางคนหน้ามืดตามัวว่าราคาเท่านี้ถ้าไม่รีบตะครุบซื้อก็อาจจะพลาดโอกาส โดยไม่ได้สนใจว่าสินค้านั้นมาจากไหน หลังจากนั้นปัญหาก็ตามมาว่าคุณกลายเป็นผู้ที่รับซื้อของโจร ซึ่งในทางกฎหมายนั้นมีรายละเอียดเรื่องความผิดในการรับซื้อของโจรในแต่ละ ระดับซึ่งหมายถึงความผิดหรือความรับผิดชอบก็จะแตกต่างกันไปครับ
รู้ทั้งรู้...ว่าเป็นของโจร
คนที่อยากได้ข้าวของด้วยราคาแบบลดแหลก เช่นราคาโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่นำสมัยส่งข้อมูลได้หลายร้อยประเภท หรือเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กพ่วงมาด้วยที่วางขายทั่วไปในราคา 60,000 บาท แต่กลับมีคนมารีบร้อนขายให้คุณในราคาเพียง 6,000 บาท (ลดลงถึง 10 เท่าเลย) ทั้งๆ ที่เป็นสินค้าใหม่ ไม่มีตำหนิ ที่สำคัญไม่ใช่เป็นสินค้าปลอม แบบนี้คุณต้องระมัดระวังเลยนะครับว่าจะเป็นของโจรหรือเปล่า เพราะหากคุณปล่อยให้ความอยากได้ข้าวของพวกนี้มาครอบงำ โดยคุณไม่พิจารณาเลยว่าคนที่นำของมาขายนั้น เขาเอามาจากไหน ทำไมจึงขายได้ถูกเพียงนี้หนอ คุณก็อาจได้ซื้อของที่มีของแถมเป็นความยุ่งยากในชีวิต ซึ่งหากคุณพิจารณาสักนิดก็อาจจะยับยั้งชั่งใจได้ เพราะดูมันมีกลิ่นแปลกๆ (กลิ่นโจรและกลิ่นคุกครับ)
ถ้าคุณยังทู่ซี้ซื้อสินค้าเหล่านั้นโดยที่รู้อยู่เต็มอกว่า มันน่าจะเป็นสินค้าร้อนสินค้าร้าย ประเภท “ของโจร” นอกจากจะต้องคืนข้าวของให้กับเจ้าของที่แท้จริงแล้ว (กฎหมายกำหนดว่าการรับซื้อสิ่งของจากโจร ผู้ซื้อไม่ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น) คุณยังมีความผิดฐานรับของโจรตาม ก.ม.อาญามาตรา 357 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเลยนะครับ
หนูไม่รู้ว่า...หนูซื้อของโจร
คุณผู้อ่านบางคนอาจจะบอกว่า “ไม่ทราบจริงๆ ครับ (ค่ะ) ว่า ข้าวของที่ซื้อมาเป็นของโจร” แต่ถ้าหากคุณเคยลองพิจารณาสักนิดว่าราคาของสินค้านั้นๆ ถูกอย่างเหลือเชื่อแถมเป็นของแท้ แบบนี้ชี้ให้เห็นว่าเราควรรู้ว่าเป็นของโจร ซึ่งหากคุณยังรับซื้อเอาไว้อีก นอกจากต้องคืนข้าวของให้กับเจ้าของเขาแล้ว คุณก็เสี่ยงที่ต้องมีความผิดฐานรับของโจรเหมือนกันครับ ดังนั้นคุณผู้อ่านโปรดระวังว่า ของดีราคาถูกบางอย่าง อาจทำให้คุณผู้อ่านเดือดร้อนได้ในภายหลังนะครับ
ซื้อของโจร…จากพ่อค้าของเก่า & โรงจำนำ
เวลาที่คุณผู้อ่านซื้อของถูก ต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดีนะครับว่า ใครเป็นผู้ขายสินค้านั้นๆ เป็นร้านค้าที่ขายของชนิดนั้นๆ หรือไม่ เช่นคุณไปซื้อโทรศัพท์มือถือราคาถูกจากโรงรับจำนำ โดยไม่มีใครรู้ว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นถูกขโมยมาขาย ต่อมาในภายหลังเมื่อเจ้าของรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของเขาอยู่กับคุณเรียบร้อย โรงเรียนโรงจำนำ แม้เขาไม่มีสิทธิ์ตั้งข้อหารับของโจรจากคุณ (เพราะคุณไม่รู้นิ) แต่เขาก็มีสิทธิ์เอาโทรศัพท์คืนได้เลย โดยที่เขาไม่ต้องใช้เงินคืนให้คุณเลย…แม้แต่บาทเดียวครับ
ซื้อของโจร…จากร้านขายของชนิดนั้น
ยกเว้นแต่ว่าคุณซื้อโทรศัพท์มือถือจากร้านขายโทรศัพท์มือถือหรือจากการขาย ทอดตลาด แบบนี้ถึงแม้จะเป็นสินค้าที่ขโมยมา หรือของที่หายไปจากโกดังโรงงานโทรศัพท์ แต่คุณจะได้รับการคุ้มครองตาม ก.ม.แพ่งและพาณิชย์มาตรา 1332 ที่ว่า “บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาดหรือในท้องตลาด หรือจากพ่อค้าซึ่งขายของชนิดนั้นไม่จำเป็นต้องคืนให้แก่เจ้าของที่แท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา” แปลว่ากฎหมายให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่ซื้อสินค้าจากการขายทอดตลาดหรือจาก ร้านขายของชนิดนั้นๆ โดยที่เจ้าของต้องใช้เงินคืนให้คุณเท่ากับจำนวนหรือมูลค่าที่คุณจ่ายไปจาก การซื้อทรัพย์นั้นๆ ครับ
ขโมยทอง…ให้เพื่อนไปขายต่อ
สมมุติว่าวันดีคืนร้ายคุณโชคร้ายดวงตกแถมปีศาจเข้าสิงคุณให้ไปขโมยทอง ญาติมิตร แล้วคุณก็ให้เพื่อนซึ่งมีอาชีพขายของเก่า เอาไปขายต่อที่ร้านทอง เมื่อร้านทองซื้อเอาไว้และเจ้าของมารู้ทีหลัง แบบนี้เจ้าของทองตัวจริงเขาสามารถมาตามเอาทองคืนจากร้านขายทองได้โดยที่ไม่ ต้องจ่ายเงินชดใช้ให้กับร้านขายทองครับ เพราะของดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด แต่ถ้าหากว่าหาของกลางคืนไม่ได้แล้ว ผู้เสียหายก็จะต้องไปใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำความผิดต่อไป
ซื้อโบราณวัตถุ…จากโจร
สำหรับบางคนการสะสมโบราณวัตถุซึ่งเป็นสมบัติของชาติเป็นสิ่งที่แสดงออกถึง อำนาจหรือความมีรสนิยม ดังนั้นพี่แกก็ทั้งเสาะแสวงหาเหลือเกินครับว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ชาวบ้านเขา ขุดค้นโบราณวัตถุได้ พี่แกก็จะรีบเสนอซื้อทันทีเพื่อนำมาสะสมเป็นคอลเลคชั่น คุณผู้อ่านจำไว้เลยนะครับว่า การรับซื้อไว้นั้นมีความผิดตามกฎหมายและโทษหนักทีเดียวนะครับ เพราะการรับซื้อ รับจำนำโบราณวัตถุซึ่งเป็นสมบัติของชาติมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นการกระทำไปเพื่อการค้า โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 700,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลยทีเดียวครับ ทางที่ดีมีใครเอาโบราณวัตถุมามอบให้ ควรรีบแจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจะดีที่สุดครับ
สำหรับเรื่องการรับซื้อของโจรมีรายละเอียดปลีกย่อยอย่างที่ผมเรียนไว้ ตั้งแต่แรก ซึ่งในเรื่องนี้ท่องเอาไว้เลยครับว่า ของถูกมากๆๆๆๆ แถมไม่ใช่ของปลอมอีก ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษนะครับ เดี๋ยวจะถูกดำเนินคดีในข้อหารับซื้อของโจร เสียทั้งเงิน เสียทั้งของที่ต้องคืนเจ้าของ แถมผิดกฎหมายอีกครับ
[SIZE=7]รอบคอบกันสักนิดนะคะ อย่าใจร้อนเพราะความอยากได้ อาจทำให้เสียทั้งเงิน เสียทั้งของ ที่สำคัญเสียเวลา และเสียใจค่ะ.......
[SIZE="4"]สวัสดีครับ เนื่องจากโอเห็นลูกค้าหวังดีส่งข้อความมาให้โออ่านจึงเข้ามาดูนะครับ
โอขอเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นนะครับ
เริ่มแรกต้องเข้าใจก่อนว่าโอเปิดรับซื้อขายของโดยชอบธรรมานะครับ มีใบรับซื้อของเก่า และโอก็ถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายไว้และให้เซ็นต์รับรองหมดตามที่กฎหมายระบุ เพราะโอค้าขายสุจริต และไม่อยากให้แบบมีปัญหาแน่นอนครับ
วันนั้นโอก็เปิดร้านตามปกติ มีคนที่นำมาขายนาฬิกาหน้าร้าน อ้างว่าแฟนฝรั่งซื้อมาให้ แต่เลิกกันไปแล้วเลยอยากขาย โอถามว่าอยากขายเท่าไหร่ เพราะรุ่นนี้เมืองไทยไม่มีโอก็ไม่รู้ราคาจริงๆ (ผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของยังบอกเองเลยครับว่ามั่นใจว่าเรือนนี้ในเมืองไทยไม่มีใครมี)
เค้าบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่ไปร้านนาฬิกาเคยให้ราคาที่ แสนนึง โอไม่เคยขายนาฬิกายี่ห้อนี้มาก่อนครับ เป็นเรือนแรก คิดว่าราคาตกเยอะแน่นอน และคงขายยากเพราะไม่ใช่ยี่ห้อตลาด ราคาก็น่าจะอยู่ประมาณนั้น โอจึงขอนำเครื่องไปเช็คก่อนซื้อ
และนาฬิกาเรือนนี้ตอนซื้อมามันมีปัญหาจริงๆครับ เพราะโอนำไปเช็คเครื่องแล้วมันเดินไม่ดี โอจึงขอลดราคามาที่ 60000 เผื่อค่าซ่อมไว้ เพราะโอต้องรับประกันลูกค้าอีก 1 ปี เมื่อผู้นำมาขายตกลงกับราคานั้น โอก็ขอสำเนาบัตรเอาไว้เรียบร้อยครับ
ก็ซื้อเข้าตามปกติ
วันที่มีผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของมาบอกที่ร้านโอว่าเจ้าของนาฬิกา แฟนโอก็ค้นสำเนาบัตรประชาชนใบนั้นไป รีบให้น้องวิ่งไปcopyทันทีเพราะเครื่องcopyที่ร้านเสีย ไม่มีถามอะไรซักอะไรเลยครับว่าเป็นเจ้าของจริงไหม มีใบแจ้งความไหม
หลักฐานที่ได้ไปก็ช่วยใฟ้สามารถระบุและจับตัวคนร้ายได้ในบ่ายวันนั้นเลยว่าเป็นลูกน้องของผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาเองครับ
หลังจับคนร้ายได้ แฟนโอและโอก็ให้ความร่วมมือ และบอกว่าจะตามให้แน่นอนไม่ต้องห่วง เพราะโอก็เคยโดนเอานาฬิกาไปเป็นสิบเรือนอันนั้นโอตามไม่เจอครับ - -'
โอเข้าใจความรู้สึกนั้นแน่นอนครับ โอช่วยตามคืนแน่นอนครับ โอไม่ใช่ไม่มีความรับผิดชอบนะครับ เพียงแต่ว่าโอต้องใช้เวลาในการติดต่อลูกค้าที่ซื้อไปแล้วนะครับ
เพราะโอมีสำเนาบัตรผู้ขายไว้ แต่โอไม่มีสำเนาบัตรของผู้ซื้ออย่างที่ตำรวจจะมาขอจากโอหรอกครับ... ลูกค้าบางคนก็ไม่ได้ให้เบอร์ติดต่อหรือชื่อไว้ ก็เช่นเดียวกับการซื้อขายสินค้าทั่วไปแหละครับ
ซึ่งโอพยายามคุยกับทางฝ่ายผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของแล้วว่าโอขอเวลาหน่อยโอจะตามซื้อคืนมาให้แน่นอน ไม่ได้เสียดายตังค์หรือกำไรส่วนนั้นเลยครับ เพราะโอค้าขายมานานกำไรไม่เท่าไหร่เลยครับ
โอขายของเรื่อยๆนานๆของโอได้เยอะกว่านั้นแน่นอนครับ
โอเข้าใจว่าผู้นั้นโมโหที่ของหายแต่คนที่ต้องโมโหคือลูกน้องที่ขโมยไปครับซึ่งเป็นผู้ขโมย โปรดอย่ามองโลกในแง่ร้ายว่ามีเจตนาหน้ามืด ซื้อของนั้นมาทั้งๆที่รู้ว่าเป็นของขโมยเลยครับ ลองดูเหตุผลฝ่ายโอบ้างนะครับ
1 ถ้าโอจงใจซื้อของโจร โอจะลงรูปพร้อม serial ไว้ในเวปและไม่ลบออกเพื่อให้เจ้าของเดิมตามเจอหรอครับ ทั้งๆที่ขายไปหลายเดือนแล้ว ตอนนี้รูปนาฬิกาเรือนนั้นก็ยังอยู๋ในเว็บโอครับ ลองไปดูได้ครับ
2 ถ้าโอจงใจซื้อของโจร โอคงไม่อยากช่วยหาหลักฐานซักทอดมาถึงตัวโอแน่นอนครับ หากแฟนโอไม่บอกว่าใครนำมาขาย และให้สำเนาบัตรผู้ชื้อไปก็ยังไม่มีหลักฐานในการจับกุมคนร้ายซึ่งเป็นลูกน้องของผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของเลยครบั
3 ผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของกล่าวเองว่าต้องรอใบเสร็จจากสิงค์โปร์ส่งมาเพราะไม่มีหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของเลย ณ ตอนน ซึึ่งโอและแฟนให้ความร่วมมือกับพี่ตั้งแต่แรกโดยไม่รีรอ และไม่ขอหลักฐานอะไรเลย
4 เมื่อวานโอโทรไปคุยกับทางฝ่ายผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาเพื่อประณีประนอมว่าโอจะช่วยนะไม่อยากให้วุ่นวาย
จะพยายามตามและซื้อคืนนาฬิกามาให้แน่นอนไม่เกิน 3 เดือน เพราะโอรู้ว่าจะทำให้โอเสียเวลาขายของไปเยอะเลยครับ (ตามภาษาคนบ้างงานนะครับ ^^') โอก็คิดว่าน่าคุยกันเรียบร้อยแล่ว
โอประณีประนอมและใจกว้างมากครับ ทั้งๆที่ผู้กล่าวอ้างว่าเจ้าของนาฬิกามายื่นว่าหน้าร้านโอ จนลูกค้าหน้าร้านโอสงสัยว่าโอทำอะไรผิดหรือเปล่ามีตำรวจมายืน
ในส่วนนี้โอก็เสียหาย ทั้งๆที่โอพยายามคุยดีตลอดเพราะโอค้าขายไม่อยากมีเรื่องหรอกครับ ซึ่งผู้กล่าวอ้างว่าเจ้าของนาฬิกายังคงเข้าใจว่าโอไม่มีความรับผิดชอบ
มีเจตนาซื้อของโจร และยังบอกให้โอเขียนเช็คให้ไม่งั้นจะแจ้งความ โอก็ยังงงว่าจะให้เขียนเช็คทำมัย
ตามกระบวนการที่ถูกต้องอย่างที่ต้นกระทู้กล่าวเลยครับ
ผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาต้องซื้อของคืนจากผู้ถือครองคนปัจจุบันเอง เพราะลูกค้าผู้ถือครองนาฬิกาคนนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อันนั้นคือตามกฎระเบียบกระทู้ข้างต้นด้านบนเลยครับ
แต่โอมีเจตนาช่วยตาม และซื้อคืนนาฬิกามาให้จริงๆครับ เพราะหากเจ้าของนาฬิกาคิดซักนิด เอาเรื่องกับโอไปก็ไม่ได้อะไรครับเพราะไม่ว่าเจ้าของนาฬิกาชนะหรือโอชนะ เจ้าของก็ไม่ได้นาฬกาคืน
สู้โอช่วยตามซื้อคืนมาก็น่าจะง่ายกว่า นั้นคือข้อสรุปที่คุยไว้กับทางฝ่ายผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาเมื่อวานนะครับ
ทั้งๆที่โอพยายามให้ความร่วมมือและช่วยตามของให้ แม้ผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของ จะว่าโอตั้งแต่หน้าร้าน และไม่ยอมคุยกับโอด้วยซ้ำ ให้คุยผ่านคนกลางตลอด
โอก็ยังยิ้มและโทรติดต่อไปหาคนกลางเองตลอดว่าจะช่วยตามให้ เมื่อกี้ก็เพิงโทรไปครับ ... และโอก็ยังบอกว่าโอจะช่วยตามให้ ได้ของคืนแน่นอน
ยังงัยก็แล้วแต่ถึงแม้ผู้ที่อ้างตนเป็นเจ้าของจะโกรธ จะแค้นเเพียงใด โอก็ยังคงจะตามของคืนมาให้ได้แน่นอนครับ ทำดีย่อมได้ดี ใครจะโกรธจะมองอย่างไร ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนครับ
โอคิดว่าหากโอตามมาให้แล้ว ผู้ที่กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของคงจะมองเราในแง่ดีบ้างครับ ว่าโอมีเจตนาช่วยมาโดยตลอด แต่ทำมัยยังโดนว่าว่าไม่ให้ความร่วมมือ
เพื่อความบริสุทธิใจ ทางร้านโอมีกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถย้อนดูได้ครับ ว่าเราให้ความร่วมมือและมีเจตนาช่วยตั้งแต่ผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของมากันสองคนโดยไม่มีหลักฐานอะไรเลย
แต่เราก็ยินดีค้นหาเอกสารสำเนาบัตรประชาชนจองผู้ขายตั้งแต่ต้น แม้จะยังคงโดนด่าโดนว่าอยู่ ทางคนที่ร้านก็ยังคงยืนยันว่าจะตามให้
สุดท้ายท้ายสูดโอขอย้ำและสัญญาไว้อีกครั้ง ว่าโอจะช่วยติดตามจนเจอ ขอให้เปิดใจคุยกันดีๆ
เพราะตั้งแต่ต้น โอยังไม่มีโอกาศคุยกับผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของเลยแม้แต่คำเดียว ต้องคยผ่านคนกลาง (น้องของผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของ)
ซึ่งตอนนี้โอเองก็ยังงง??? อยู๋ว่าจะยังคงโกรธโอ ตรงไหน??? เพราะโอก็ยินดีช่วยเหลือจริงๆ...
แม้จะมีคนมองโอไม่ดีตั้งแต่ต้นจนขณะนี้ .... แต่ใจโอหล่อมาก จริงๆ ครับ ^^ หากอยากพิสูจน์ต้องมาซื้อนาฬิการ้านโอครับ
หากแคทเป็นคุณโอ แคทขอแสดงบริสุทธิ์ใจและความรับผิดชอบ โดยการคืนเงินให้เจ้าของนาฬิกาไปก่อนเลยทันที
แต่ต้องตกลงกับเจ้าของนาฬิกาว่า จะพยายามตามหาของมาคืนให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แคทคิดว่าหากพ่อค้า แม่ค้าคนไหน
แสดง spirit ต่อลูกค้าได้ขนาดนี้ รับรองได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ และเค้าคงไม่สามารถมาพูดกล่าวหาเราได้เลยค่ะว่าเราไม่ร่วมมือ ไม่ช่วยเหลือ
ยังไงขอให้ตามเจอโดยเร็ว และขอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีนะคะ
ป.ล.ตกลงคุณโอซื้อนาฬิกามา 60,000 ประกาศขาย 330,000 แล้วราคาสุดท้ายขายไปเท่าไหร่คะ
อาจจะเอาราคาที่ขายนั้น คืนให้เจ้าของนาฬิกาไปก่อน
[SIZE="4"]
Originally Posted by KAT
หากแคทเป็นคุณโอ แคทขอแสดงบริสุทธิ์ใจและความรับผิดชอบ โดยการคืนเงินให้เจ้าของนาฬิกาไปก่อนเลยทันที
แต่ต้องตกลงกับเจ้าของนาฬิกาว่า จะพยายามตามหาของมาคืนให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แคทคิดว่าหากพ่อค้า แม่ค้าคนไหน
แสดง spirit ต่อลูกค้าได้ขนาดนี้ รับรองได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ และเค้าคงไม่สามารถมาพูดกล่าวหาเราได้เลยค่ะว่าเราไม่ร่วมมือ ไม่ช่วยเหลือ
ยังไงขอให้ตามเจอโดยเร็ว และขอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีนะคะ
ป.ล.ตกลงคุณโอซื้อนาฬิกามา 60,000 ประกาศขาย 330,000 แล้วราคาสุดท้ายขายไปเท่าไหร่คะ
อาจจะเอาราคาที่ขายนั้น คืนให้เจ้าของนาฬิกาไปก่อน สวัสดีครับ โอแสดงความบริสุทใจตั้งแต่แรกช่วยให้ข้อมูลและเอกสาร จนตามนำจับโจรได้แล้วครับ แต่การที่จะนำเงินให้ผู้อื่นซึ่งเอาจริงๆว่าไม่มีหลักฐานอะไรมาแสดงความเป็นเจ้าของเลย ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องวิธีถูกต้องครับ เพราะหากในกรณีสมุติว่ามีคนมาหลอกโอว่านาฬิกาที่โอขายไปแล้วเป็นของเค้านะ ลูกน้องเค้าขโมยมาขาย ให้จ่ายเงินมาเลยทันที โอว่าเงินก้อนนั้นก็คงเสียไปฟรีๆแน่เลยครับ ^^' และอาจจะโดนหลอกกันง่ายๆครับ
โอเชื่อว่าวิธีที่โอยื่นเสนอไปน่าจะดีกับทุกฝ่ายครับ คือโอจะช่วยตามซื้อคืนมาให้ครับ แค่การรับฟังแบบเปิดใจ และใจเย็นๆ ฟังกันบ้างครับ
เพราะโอไม่เคยพูดซักคำว่าโอไม่ช่วย
ที่น้องชายบอกว่า "มีใบรับซื้อของเก่า" เพราะต้องการอธิบายว่าเราทำการค้าถูกต้องครับ ไม่ได้มีเจตนาจะซื้อของมีปัญหาหรอกครับ เพราะโอค้าขายยาวๆ โอแค่อยากให้ฟังมุมมองของคนค้าขายบ้าง ว่าโอไม่มีเจตนาไม่ดีเลย และโอก็กำลังช่วยตามอยู่ ย้ำเป็นหลายรอบว่าโอจะช่วยตามให้
สรุปว่าผู้กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของนาฬิกาบอกว่าจะไม่เอาผิดลูกน้องตัวเอง แต่กลับมาลงความผิดที่โอซึ่งก็โดนลูกน้องของพี่เค้าหลอกขายเช่นกัน แต่โอก็ยังยินดีจะตามหาและซื้อของคืนมาให้... โอต้องตามหาลูกค้าคนนั้นให้เจอ เจรจาต่อรอง ขอซื้อของคืนมา แถมยังโดนมองว่าไม่ดีอีก
ลองมองกับแบบ ข้อเท็จจริง ว่าโอยังไม่บริสุทธิ์ใจ หรือมีเจตนาปกปิดอะไรหรือไม่
ที่โอไม่ปกปิดอะไรเลย ทั้งรูปในเว็บ ผู้ที่มาขาย วันที่ซื้อ ราคาที่ซื้อมา เพราะโอบริสุทิ์ใจครับ
ทั้งๆที่โอยังไม่มีความจำเป็นต้องช่วยอะไรเลยก็ได้ครับ เพราะหลักฐานความเป็นเจ้าของก็ไม่มีมาครับ
และเมื่อวานก็คงจะจับโจรไม่ได้เลยหากทางโอไม่หาหลักฐานช่วย และเป็นพยานให้ ครับ ^^
เป็นกำลังใจให้น้องโอนะค่ะ เพราะตั้งแต่ซื้อขายมา น้องน่ารักเสมอ ไม่ใช่มีพฤติกรรมที่แย่เลย...อย่างว่านะค่ะ ทำดีแถบตายหลายร้อยพันหน แต่ไม่เท่ามีตำหนิครั้งเดียว..
คนก้อช่างจำอะค่ะ สัจธรรม ของโลกมนุษย์
ขอให้ เจ้าของได้นาฬิกาคืน แล้วก้อขอให้น้องโอสู้ๆค่ะ เอาใจช่วยหมดค่ะ
Originally Posted by mygoodness
เป็นกำลังใจให้น้องโอนะค่ะ เพราะตั้งแต่ซื้อขายมา น้องน่ารักเสมอ ไม่ใช่มีพฤติกรรมที่แย่เลย...อย่างว่านะค่ะ ทำดีแถบตายหลายร้อยพันหน แต่ไม่เท่ามีตำหนิครั้งเดียว..
คนก้อช่างจำอะค่ะ สัจธรรม ของโลกมนุษย์
ขอให้ เจ้าของได้นาฬิกาคืน แล้วก้อขอให้น้องโอสู้ๆค่ะ เอาใจช่วยหมดค่ะ
ขอบพระคุณมากกครับ แค่นี้โอก็มีกำลังใจขึ้นเยอะๆเลยครับ Y Y
สอบถามคุณโอเป็นความรู้หน่อยค่ะ เพราะเคยโดยขโมยขึ้นบ้าน จนท ตำรวจก็บอกเช่นกันว่าถ้าหากตามของกลางเจอและผู้ซื้อมีใบจดทะเบียนรับซื้อถูกต้อง เราเจ้าของหากต้องการของกลับมาต้องนำเงินไปซื้อคืนกลับมาเอง (แปลกเนอะของเรา ต้องจ่ายเงินซื้อคืนเลยเลิกตามหาค่ะ)
ในกรณีของคุณโอซึ่งจดทะเบียนขายนาฬิกา ในกรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการรับของโจร เพราะเป็นจะทะเบียนค้าของเก่า (เรียกแบบนี้หรือป่าวค่ะ) หากของยังอยู่ที่ร้านของคุณโอ เจ้าของตามเจอก็ต้องซื้อกลับไม่สามารถขอคืนเปล่า ๆ ได้ใช่มั้ยค่ะ หากขายออกไปแล้วและตามเจอ ในกรณีนี้ลูกค้าที่ซื้อของจากคุณโอไปก็ถือว่าไม่มีความผิดและหากเจ้าของต้องการคืน ก็ต้องซื้อนาฬิกากลับเช่นกัน ถูกต้องมั้ยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ปล. ของเราเองขายแต่ของที่มาจาก ญี่ปุ่น เท่านั้นค่ะ *-*
วิธีแคทที่ให้คืนเงินเค้าไปก่อน เหมือนเป็นหลักประกันว่าเราบริสุทธิ์ใจ แต่ต้องแน่ใจแล้วว่าเค้าเป็นเจ้าของนาฬิกาจริงมีหลักฐาน
และพอเราตามของเอามาคืนเค้าได้ เค้าต้องคืนเงินนั้นๆ ให้เรา แต่ต้องตกลงกันให้เคลียร์ ให้เข้าใจตรงกัน ให้ตำรวจเป็นพยาน แต่ถ้าในกรณีนี้
ที่คุณโอบอกว่าไม่มีหลักฐานอะไรมาเลย วิธีแคทคงใช้ไม่ได้
แคทเห็นด้วยกัีบวิธีคุณโอนะคะ ที่จะซื้อนาฬิกากลับคืนมาให้ก็เป็นวิธีที่แสดงความรับผิดชอบที่ดีอีกทางนึง ขอให้จบด้วยดี happy ทุกฝ่ายนะคะ
งานนี้น่าจะให้ปล่อยเป็นขั้นตอนของตำรวจ ให้ปรึกษาทนายมากกว่า ทำไมไม่เอาเรื่องกับลูกน้องตัวเอง ต้องให้ลูกน้องคืนเงินที่ขายนาฬิกาได้ถึงจะถูก ไม่มีก็ต้องเอาของอื่นๆในมูลค่านั้นๆมาให้ หรือไม่ก็เข้าคุกไปข้อหาลักทรัพย์ คงต้องรอศาลตัดสินมากกว่าค่ะ ตามขั้นตอนโอไม่มีความผิดเจ้าของจะมาแจ้งความเอาโอเข้าคุกไม่ได้ ไม่ใช่การรับซื้อของโจร เพราะมีใบค้าของเก่าถูกต้องตามกฎหมายแสดงแจตนาได้ และได้ถ่ายเอกสารบัตรประชาชนคนขายถูกต้องทุกอย่าง โอไม่ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจอะไรทั้งนั้น เพราะไม่ใช่ความผิดของโอ แต่โอจะต้องรีบช่วยตามคนซื้อแล้วซื้อคืนมา หน้าร้านมีวงจรปิดคงตามได้ไม่ยาก ถ้าตำรวจจะตามจริงๆ แล้วเจ้าของต้องเอาเงินไปซื้อคืนมาค่ะในราคาที่โอรับซื้อจากผู้ร้าย หรือถ้าผู้ร้ายไปจำนำ ก็ต้องเอาเงินไปไถ่ของออกมา มากรี๊ดๆๆให้คืนเดี๋ยวนี้ ไม่ถูกต้องตามกฎหมายค่ะ เพราะฉะนััน คนที่เจ้าของต้องไปเอาเรื่อง คือคนขโมยค่ะ
มีเรื่องที่เกิดขึ้นจริง กับตัวดิฉันเองเมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว ตอนที่เพิ่งย้ายมาอยู่เชียงใหม่
เรื่องมีอยู่ว่า มีโจร แกล้งทำมาเป็นสั่งอาหารตอนเช้าตรู่ คือ เพิ่งเปิดร้าน 8 โมงเช้า แล้วเด็ก ๆ ก็ยังไม่เข้างานกัน คุณสามี อยู่ข้างล่างคนเดียว เห็น ว่าเป็น ล/ค รายแรก จึงทำให้ด้วยใจและเอาฤกษ์ และทำเป็นเนียนจ่ายเงิน ไว้ก่อน แถมให้ทิปไว้อีก 20 บาท 555 แต่ดันเอาโทรศัพท์มือถือไปซะนี่
แล้วคุณสามีก็ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สน. ตำรวจ จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจที่รับแจ้งบอกว่าได้คืนยากครับ มีมาแจ้งเป็น ร้อยรายต่อวัน...และให้รายละเอียดรุ่น
สี ไว้
ไอ้เราก็เสียดายของ เพราะ รุ่นนี้ไม่มีการนำเข้า เป็น nokia รุ่น 5200 แต่ dealer ที่นำเข้าเฉพาะ รุ่น 5300 เกือบ 5 ปีที่แล้ว Top สุดแล้ว ไม่มีหรอก i phone
ที่สำคัญญาติหิ้วมาฝากจาก Finland
จึงลองไปเดินหาที่เซ็นทรัล กาดสวนแก้ว ชั้นขายมือถือมีเป็นเกือบ 100 ร้าน ลองถามว่าอยากได้ nokia 5200 พี่เจ้าของร้านบอก รุ่นนี้ไม่มีนะคะ และ พี่เขาก็รู้จริงบอกว่าไม่นำเข้า ขนาด 5300 ยังไม่ค่อยมีค่ะ แพงไม่มีคนนำมาขาย แต่ เอ เห็นมีขายอยู่ร้านนึง ไม่รู้เอามาจากไหน ที่กาดรินคำ ไปหาดูนะ
ไอ้เราก๋เพิ่งมาอยู่ เชียงใหม่ กาดรินคำ ยังไม่รู้่จัก แต่ก็ำดั้นด้นไปหา เจอที่ร้านนึง โทรศัพท์เรานั่นเอง เลยไปตามร้อยเวร ณ ตอนนั้นเวลา 3 ทุ่มเพราะกาดเปิดขายเฉพาะตอนเย็นถึงดึก
คุณสามีส่งเรากลับบ้าน และขึ้นรถไปกับตำรวจแบบสายฟ้าแลบ เหมือนเป็นผู้ต้องหา ดิฉันเลยไม่กล้าขึ้นไปด้วย 555
คุณตำรวจก็ไปขอดู และ บอกว่าคุณคนนี้มาแจ้งความว่าเป็นมือถือที่โดนขโมยมาและยึดของกลางคืนให้เรา เพราะเรามีหลักฐาน รู้กระทั่ง made in อะไร รุ่นไหน มีตำหนิตรงไหน
ที่แน่ๆ มีเครื่องเดียวในเชียงใหม่มั๊งและตำรวจก็แจ้งข้อหากับเจ้าของร้าน รับซื้อของโจร และซื้อของไม่ขอสำนำบัตรไว้่เป็นหลักฐาน ซึ่งตอนนั้นเพิ่งประกาศ ออกเป็นกฏหมาย แต่ตำรวจเช็คประวัติเพิ่งทำครั้งแรก จึง ไม่แจ้งข้อหา อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีเคสไหนเคยได้คืนหรือจับได้รึเปล่าก็ไม่รู้ เจ๊แกเลยรอดตัวไป
ดิฉันก็เห็นใจเจ๊แกนะ เพราะ งานเข้าโดยไม่รู้ตัว เสียทั้งเงิน ทั้งของ และเกือบโดนข้อหาอีก...
นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังจ๊ะ ไปโรงพักบ่อย เรื่องรถ(มอเตอร์ไซค์)หายอีกเรื่อง และโชคเข้าข้างได้คืนอีก เพิ่งถอยมาไม่ถึงเดือน ดีที่ไม่ได้ผ่อนกุญแจรถแทน....
ดูแล้วคุณโอก้อไม่ได้แล้งน้ำใจ ที่จะไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ เลยนะค่ะ มี service mind มากๆ
อันนี้ขอ "ปรบมือ" ให้ค่ะ ถ้าเป็นร้านอื่นคง แบะ แบะ ไม่รับรู้ใดๆ เอาเงินอย่างเดียว
ตอนนี้ก้อได้แต่รอเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของนาฬิกาเรือนที่เป็นปัญหาค่ะหรือเอกสารใบแจ้งความที่เคยแจ้งไว้มายืนยัน สำแดงตนว่าเป็นเจ้าของจริง
จะให้คืนเงินเลยคงจะเป็นไปไม่ได้ ต้องสืบอะไรให้แน่ชัดว่าเป็น เจ้าของจริงหรือไม่ ตอนนี้มิจฉาชีพมีเยอะมากๆ เพราะกับตัวเป้เองก้อพึ่งเคยเจอมากับตัว
แต่ขออนุญาติไม่เอ่ย login นะค่ะเพราะคุณเขามีหลาย login มากๆ แต่ขอเป็นชื่อย่อแล้วกันค่ะ คุณ ก.ซึ่งมีกรณีกับเป้เองได้ซื้อ rolex กับเป้ไปเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา
พอเมื่อปลายเดือนมิ.ย. ก้อโทรมาบอกเป้ว่า นาฬิกาเป็นของโจร มันจะเป็นของโจรได้งัย มันเป็นของเรา เป้ซื้อมาด้วยสุจริตบริสุทธิ์จาก คุณน้ำในsbn ทุกชิ้นมีที่มาที่ไป
ชัดเจน และรู้ได้งัยว่าเป็นของโจร คุณ ก.บอกว่าพอดีน้องสาวจะซื้อต่อ ไม่แน่ใจเลยเอาไปเช็คที่โรงจำนำ (เราก้องง ทำไมไม่เช็คที่ shop Rolex ล่ะและวันที่นัดส่ง
มอบ ก้อตรวจดูแล้ว เอาแว่นส่องพระมาส่องแล้ว และที่สำคัญคุณก. ขายนาฬิกาเป็นอาชีพเสริม) โรงจำนำบอกว่า........
เรือนนี้โดนขโมยขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.54 เราก้อบอกว่าเป็นไปไม่ได้แน่นอน เรือนนี้เราซื้อมาเมื่อส.ค.ปี53 แล้วเราก้อบอกว่างั้นขอใบเอกสารแจ้งความจากเจ้าทุกข์หน่อยสิ ของที่
โรงจำนำต้องมีรูปถ่าย datecode ของตัวสินค้าไม่ใช่เหรอ คุณก. ก้อให้การวกวนหาเอกสาร ไม่ได้ แต่จะเอาเงินคืนอย่างเดียว ถ้าไม่ได้จะฟ้อง.....
และยังจะเอาตำรวจ(ของจริงป่าวไม่รู้) มาขู่กรรโชคทรัพย์เราและคุณน้ำ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน คืนเงินคุณ ก.ไปซะ.......คุณก. เขาจะก่อกวนเราและคุณน้ำ เป็นอาทิตย์ๆ
จนเราปวดประสาทไม่ไหวแล้ว!!!!!!!
เราเอาเรื่องนี้เข้าปรึกษาแม่ ปกติเราจะแก้ปัญหาด้วยตัวเราเองก่อน แม่ก้อเลยเขียนจม.ให้เราไปหาลูกน้องเก่าพ่อเราที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเลย คุณ
อาให้คำปรึกษาว่า ให้คุณก.เขาฟ้องเลยและเอาเอกสารสำแดงความเป็นเจ้าของ หรือใบแจ้งความที่ของหายมาด้วย เพราะดูแล้วคดีนี้ มันไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่
เราก้อบอก คุณก. ฟ้องเลยค่ะ ตามสบายเพราะเราก้อเตรียมทีมทนายเราเหมือนกัน......จนป่านนี้ก้อยังไม่เห็นหมายศาลใดๆ หรือเอกสารแจ้งความใดๆ
แล้วเราก้อได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ในsbn หลายท่านที่เคยมีปัญหากับคุณ ก. ไม่ว่าจะเป็นคุณนก น้องเบียร์ อีกหลายๆ ท่าน
บอกคุณเป้ไม่ต้องใส่ใจกับผู้หญิงคนนี้ เขา"ไม่ค่อยปกติ เท่าไหร่".........เฮ้อ นี่เป้คุยกับคน "ไม่ปกติเป็นอาทิตย์ๆ เลยเหรอ"
[SIZE="4"]
Originally Posted by Greennut
สอบถามคุณโอเป็นความรู้หน่อยค่ะ เพราะเคยโดยขโมยขึ้นบ้าน จนท ตำรวจก็บอกเช่นกันว่าถ้าหากตามของกลางเจอและผู้ซื้อมีใบจดทะเบียนรับซื้อถูกต้อง เราเจ้าของหากต้องการของกลับมาต้องนำเงินไปซื้อคืนกลับมาเอง (แปลกเนอะของเรา ต้องจ่ายเงินซื้อคืนเลยเลิกตามหาค่ะ)
ในกรณีของคุณโอซึ่งจดทะเบียนขายนาฬิกา ในกรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นการรับของโจร เพราะเป็นจะทะเบียนค้าของเก่า (เรียกแบบนี้หรือป่าวค่ะ) หากของยังอยู่ที่ร้านของคุณโอ เจ้าของตามเจอก็ต้องซื้อกลับไม่สามารถขอคืนเปล่า ๆ ได้ใช่มั้ยค่ะ หากขายออกไปแล้วและตามเจอ ในกรณีนี้ลูกค้าที่ซื้อของจากคุณโอไปก็ถือว่าไม่มีความผิดและหากเจ้าของต้องการคืน ก็ต้องซื้อนาฬิกากลับเช่นกัน ถูกต้องมั้ยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ปล. ของเราเองขายแต่ของที่มาจาก ญี่ปุ่น เท่านั้นค่ะ *-*
สวัสดีครับคุณ greennut เท่าที่โอสอบถามแฟนและผู้มีความรู้ทางกฎหมาย หากเจอของกลาง ในมือของผู้ที่ซื้อมาโดยชอบธรรม เจ้าของเดิมควรจะต้องขอซื้อคืนกับผู้ถือทรัพย์นั้นครับ เพราะผู้นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดีครับ แต่หากพบของในมือของโจรผู้ขโมยทรัพย์นั้นไปหรือ ผู้ที่ลักลอบขโมยหรือจงใจซื้อทัรพย์นั้นจากโจรมาอีกต่อหนึ่ง ก็สามารถบังคับทางคดีให้คืนทรัพย์นั้นได้เลยครับ
แต่ในกรณีของโอ ทางผู้เสียหายก็ยังจับผู้ลักทรัพย์ไปไม่ได้ และไม่สามารถตามสืบทรัพย์นั้นมาได้ แต่ได้ดูในเว็บโอว่าเคยขายเรือนนี้ไปแล้วครับ ทางโอจึงเป็นพยานซักทอดไปถึงผู้ลักทรัพย์และนำมาขาย ส่วนทางฝ่ายผู้ถือครองทรัพย์คนปัจจุบัน โอจะเป็นฝ่ายตามให้ครับ เพราะทางผู้เสียหายคงไม่สามารถตามเจอเองได้แน่นอน และโอก็คงไม่อยากให้ลูกค้าของโอที่ไม่มีัความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้องเข้ามาวุ่นวายครับ โอแน่ใจว่าทุกฝ่ายจะHappy ครับ หากหันหน้าคุยกัน และทำความเข้าใจกันโดยดีครับ
โอขอขอบพระคุณ คุณ Kat ที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอบพระคุณคุณ jinchaya ที่ช่วยชี้แจ้ง และเข้าใจนะครับ ขอบพระคุณมากๆครับ
ขอบพระคุณ คุณdeva ที่นำกรณีศึกษามาเล่าให้ฟังกันนะครับ ช่วยให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ระมัดระวังกันมากขึ้น เพราะมิจฉาชีพปัจจุบันนั้น มาในหลายรูปแบบจริงๆครับ
และขอบพระคุณคุณ Yingpoopae ที่เข้าใจ กรณีของคุณ Yingpoopae*.* นี่น่าปวดหัวจริงๆครับ ดีใจด้วยครับที่รอดพ้นมาได้
กรณีด้านล่างเป็นกรณที่โอประสบเองนะครับ อย่ากเล่าให้ทุกท่านได้ระวังกัน- เมื่อประมาณสองปีก่อนโอโดนหลอกซื้อนาฬิกาไปสิบเรือน โดยนัดซื้อทางโทรศัพย์ โอก็นำของส่งตามปกติ แต่ผู้ซื้อไม่สามารถมารับของเองได้จึงลูกน้องมารับของ แทน และได้แจ้งว่าโอนเงินเข้ามสาแล้วให้เช็คยอด ซึ่งยอดเงินมีเข้ามาแล้วจริง จึงมอบของให้ผู้มารับไปครับ แต่วันต่อมาธนาคารโทรมาว่าเช็คเด้ง T T หลักการนี้ง่ายมากครับ แต่คนทั่วไปอาจไม่รู้คือ การนำฝากเช็ค ธนาคารจะแจ้งยอดว่ามีเงินเข้าจริง แต่เรายังถอนไม่ได้ รอเคลียร์ลิ่งก่อนครับ หากเราดูในตู้ATM จะมียอดเงินสองบรรทัด ยอดด่านล่างคือที่ถอนได้จริงครับ แต่หากอัพบุคธรรมดา จะมีโด้ตตัวย่อบอกด่้านหน้าเท่านั้นว่ายอดนั้นเป็นเช็ค ซึ่งคนไม่รู้ก็คงไม่ทราบจริงๆครับ กรณีนี้สามารถฟ้องได้ทั้งแพ่งและอาญาครับ คดีแพ่งคือคดีเช็คเด่ง และคดีอาญาคือคดีฉ้อโกงครับ กรณีนี้โอตามจนรู้ว่าเป็นใครหมดแล้วครับ แต่จนปัญญาที่จะดำเนินคดีจริงๆเพราะ เจ้าหน้าที่ไม่ให้ความร่วมมือ เลยหันกลับมาตั้งใจทำงานต่อครับ ถือว่าเป็นประสปการณ์
-นอกจากนี้โอก็เคยโดนขโมยของหน้าร้าน
-โดนคนหลอกนำนาฬิกาปลอมมาขาย (อันนี้มีทุกสัปดาหฺครับ 555)
- ลูกค้าโดนmassengerที่จ้างมารับของจากโอเอานาฬิกาไปเลยก็มีครับ
-และอีกกรณีหนึ่งคืดลูกค้าของโอนำนาฬิกาที่ซื้อจากโอไปซ่อมแล้วโดนช่างเอาไปขายครับ (อันนี้โอขอให้ทุกท่านระวังไว้หน่อยนะครับ การฝากซ่อมนาฬิกา ควรฝากกับผู้ที่น่าเชื่อถือจริงๆครับ หากระยะเวลาซ่อมนานผิดสังเกตุเป็นหลายเดือน ควรขอนาฬิกาคืนมาก่อน เพราะหากต้องรอสั่งอะไหล่หรือรออะไรก็ตาม ช่างไม่มีความจำเป็นต้องเก็นนาฬิกาไว้ครับ)
- และคราวนี้โอก็โดนอีกแล้วครับ การขายนาฬิกานี่ไม่ได้ง่ายๆเลยนะครับ^^' หากเรื่องนี้จบลงได้ยังงัย โอจะไปเขียน pocket book ชีวิตของพ่อค้านาฬิกาแล้วครับ ;P
โอขอขอบพระคุณทุกท่านที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้จริงๆครับ และหวังว่าผู้ที่ยังไม่เข้าใจโอจะมีความเห็นใจน้องโอคนนี้บ้างนะครับ สาธุ
ได้ฟังความทางฝั่งคนซื้อแล้ว ก็พอประมวลได้ว่าซื้อนาฬิกาเรือนนี้มาตามปกติการซื้อ-ขายโดยทั่วไป น่าจะพ้นข้อกล่าวหารับซื้อของโจร
ทีนี้ความผิดทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ที่ตัวลูกน้องคนที่ขโมย
ถ้าเผื่อว่าหาของกลางเจอ เจ้าของต้องควักเงินซื้อนาฬิกาตัวเองคืนแล้วล่ะค่ะ
แต่แปลกใจนิดนึง ว่าทำไมถึงไม่เอาผิดคนขโมย เป็นเรามีลูกน้องชั่วๆแบบนี้จะเอาให้ยางหัวออกซะหน่อยแล้วค่อยให้ไปกินข้าวแดงในคุกต่อ
ได้อ่านคำอธิบายอันชัดเจนของคุณโอแล้วก่อนอื่นต้องขอโทษจากใจจริงก่อนเลยค่ะที่ตอนแรกฟังความข้างเดียวจากฝ่ายเจ้าทุกข์แล้วแอบรู้สึกไม่ดีนิดนึง...แต่ตอนนี้เข้าใจเรื่องราวมากขึ้นแล้ว และยังไงก็ขอให้เรื่องนี้เคลียร์กันได้ด้วยดีนะคะ จบกันด้วยดีทั้งคุณโอและก็เจ้าทุกข์แล้วกันนะคะ....แต่เจ้าโจรเนี่ยขอให้ได้รับความผิดในสิ่งที่ตัวเองกระทำลงไปทีเถิด...ลักทรัพท์ยังไม่พอ ยังทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนโดนหางว่าวเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ เวรกรรมคงจะจัดหนักให้ไม่ช้าก็เร็วล่ะค่ะ
ขอเอาใจช่วยทั้งคุณโอและเจ้าทุกข์เลยนะคะ เฮ้อออ สู้ๆค่ะ
จากการติดตามเรื่องราวนี้มาสักระยะผ่าน sbn และได้พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีโดยตรงบางท่าน มีข้อสังเกตดังนี้นะคะ
1 ในเรื่องของการยืนยันความเป็นเจ้าของนาฬิกา ตามที่อ่านจากกระทู้ด้านบน เหมือนว่าคุณโอยังไม่แน่ใจว่าเจ้าของนาฬิกาคือคุณพี่คนที่เป็นนายจ้างของพนักงานที่ขโมยของมาขายรึเปล่า ประเด็กนี้น่าจะเคลียร์ได้ชัดเจนนะคะ เนื่องจากมีหลักฐานการซื้อ ขายนาฬิการะหว่างคุณโอและพนักงานคนนั้น โดยที่พนักงานก็ยอมรับแล้วว่าได้ทำการขโมยมาจากคุณพี่ที่เป็นเจ้าของนาฬิกา ดังนั้นนาฬิกาเรือนนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นของคุณที่โดนขโมยไป นอกจากนี้ นาฬิกาเรือนนี้เป็นของมือหนึ่งที่เจ้าของซื้อมาจาก shop การที่จะนำ serial number ไปเช็คหาเจ้าของจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ
2 ในกรณีที่มีคนเสนอว่าคุณโอควรคืนเงินเท่าจำนวนที่หายไปให้คุณที่เป็นเจ้าของนาฬิกาก่อนเพื่อเเสดงความบริสุทธิ์ใจ ในกรณีนี้ ดิฉันเข้าใจคุณโอว่าไม่สามารถทำได้และเป็นไปได้ยากในกรณีที่ยังหาข้อสรุปต่างๆไม่ได้แบบนี้
3 ประเด็นที่เกี่ยวกับการรับซื้อของโจรนั้น ดิฉันมีความเห็นว่าคุณโอเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการขายนาฬิการะดับ high end มาไม่ใช่น้อย การที่คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้สงสัย หรือไม่ทราบจริงๆว่าคนที่เอาของมาขายให้คุณนั้นเป็นโจร ดิฉันคิดว่าเป็นไปได้ยาก Piaget ไม่ใช่นาฬิการาคาถูก ยิ่งถ้าเป็น gold และกลไกที่ซับซ้อนของนาฬิกาเรือนนี้ด้วยแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่นาฬิกาเรือนนี้จะราคาแค่ 60,000 - 100,000 บาท คนที่นำมาขายในราคานี้จึงไม่ใช่ผู้ที่เป็นเจ้าของและรู้ค่านาฬิกาที่แท้จริงอย่างแน่นอน คุณโอน่าจะสงสัยในจุดนี้นะคะ ดิฉันเข้าใจว่าในฐานะของคนค้าขายนั้น การลงทุนต่ำ เพื่อทำกำไรได้สูงเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากได้ แต่คุณโอเป็นพ่อค้าที่มีชื่อเสียงที่ีดีมาตลอดน่าจะระมัดระวังตรงจุดนี้เป็นอย่างมากค่ะ
4 จากที่คุณโอกล่าวว่าทางเจ้าของนาฬิกาไม่ได้จะเอาเรื่องพนักงานของตนที่ขโมยของแต่จะมาเรียกร้องเอาจากคุณนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงดิฉันคิดว่าไม่ยุติธรรมสำหรับคุณโอเช่นกัน และดิฉันเชื่อว่าคงจะไม่มีคนที่ไหนที่จะไม่เอาผิดโจรหรอกค่ะ
5 ที่้ร้านของคุณโอมีการรับประกันของที่ซื้อไปเป็นระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นจึงไม่ make sense เลยที่คุณจะบอกว่าคุณไม่สามารถหาตัวคนซื้อนาฬิกาเรือนนี้ได้โดยเร็ว โดยปกติการซื้อขายของต่างๆ ต้องมีหลักฐานการซื้อขายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณมีร้านและมีการออกใบรับประกันเช่นนี้ด้วยแล้ว น่าจะมีการเขียนใบรับประกันและระบุชื่อผู้ซื้อ การตามจึงไม่น่าที่จะเป็นเรื่องยาก หรือต้องใช้เวลานานค่ะ
ดิฉันมองว่าในกรณีนี้ เมือ่ตามตัวคนที่ซื้อไปได้แล้วนั้น ควรมีการนำนาฬิกากลับมา และคุณโอนำเงินส่วนที่ได้รับคืนให้คุณผู้ซื้อไป จากนั้นนำนาฬิกาไปคืนเจ้าของ (เมื่อคุณแน่ใจและมีหลักฐานว่าเป็นเจ้าของตัวจริง) ส่วนเงินของคุณโอที่จ่ายค่าของไป 60,000 นั้น ทางโจรต้องนำมาคืนคุณโอค่ะ ถ้าเคสนี้จบในลักษณะนี้ทุกผ่านก็น่าจะ happy และไม่ต้องผิดใจกันนะคะ ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งเกิดจากการตั้งข้อสังเกตของดิฉันนะคะ ถ้าทำให้ผู้ใดไม่พอใจ ขออภัยด้วยค่ะ
ถ้าเรื่องไปถึงชั้นศาล เคสนี้ก็จะคล้ายกับคดีนี้เลยค่ะ อ้างอิงจากเว็บนี้นะคะ
http://www.peesirilaw.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=peesirilawcom&thispage=38&No=1219958
อ่านความเห็นที่ 4 ให้ดีนะคะ ตรงไฮไลท์มีสาระสำคัญที่ให้คำตอบกระจ่างมาก
ความเห็นส่วนตัว เราว่าพ่อค้ามีสปิริตดีเลยค่ะ ให้ความร่วมมือเต็มที่ จนเจอตัวโจรตัวการ เพราะถ้าพ่อค้าไม่ช่วย เรื่องถึงศาลพ่อค้าจะเสี่ยงมาก ถ้านำนาฬิกามาคืนให้เจ้าของตัวจริงไม่ได้ ก็อาจจะต้องชดใช้คืนตามราคาเต็มที่เจ้าของซื้อมา
หรือถ้าเรื่องแค่ถึงตำรวจ แล้วพ่อค้าไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าของนาฬิกาคนแรกต้องติดต่อคนที่ซื้อต่อจากพ่อค้าเอง ถ้าเจ้าของนาฬิกาอยากได้นาฬิกากลับคืนมาก็มีทางเดียวคือต้องจ่ายเงินตามจำนวนที่ลูกค้าที่ซื้อจากพ่อค้าไปเพื่อให้ได้นาฬิกาคืนมา เพราะลูกค้าที่ซื้อจากร้านที่มีใบอนุญาตจะได้รับการคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1332
แต่ถ้าเรื่องถึงศาลผู้ที่อ้างว่าเป็นเจ้าของตัวจริงก็ต้องหาหลักฐานมายืนยันความเป็นเจ้าของนาฬิกา เช่น ใบเสร็จตัวจริง และของราคาขนาดนี้ก็ต้องมีเอกสารเสียภาษีนำเข้ามาแสดงอีก ถ้าเรารู้ว่าหัวขโมยเป็นใครคงไม่ได้รับการปราณีจากเราเป็นแน่ เพราะมันมีแต่เสียกับเสียจริงๆ อย่างไรก็ตามคดีลักทรัพย์ยอมความกันไม่ได้อยู่แล้วค่ะ บรรเทาโทษได้เท่านั้น
ถ้าเรื่องจบลงที่พ่อค้าคืนนาฬิกาให้กับเจ้าของตัวจริง ก็อยากให้พ่อค้าเอาผิดกับหัวขโมยที่มาหลอกขายของให้จนถึงที่สุดนะคะ ถ้าเขาไม่สามารถนำเงินจำนวน 60,000 มาคืนได้ คนผิดก็สมควรต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดค่ะ
ยังไงก็ขอเอาใจช่วยให้ตกลงกันได้ด้วยดี เจรจากันดีๆ ให้เคสนี้จบลงอย่างเป็นธรรมค่ะ
Originally Posted by Mangpor
จากการติดตามเรื่องราวนี้มาสักระยะผ่าน sbn และได้พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีโดยตรงบางท่าน มีข้อสังเกตดังนี้นะคะ
1 ในเรื่องของการยืนยันความเป็นเจ้าของนาฬิกา ตามที่อ่านจากกระทู้ด้านบน เหมือนว่าคุณโอยังไม่แน่ใจว่าเจ้าของนาฬิกาคือคุณพี่คนที่เป็นนายจ้างของพนักงานที่ขโมยของมาขายรึเปล่า ประเด็กนี้น่าจะเคลียร์ได้ชัดเจนนะคะ เนื่องจากมีหลักฐานการซื้อ ขายนาฬิการะหว่างคุณโอและพนักงานคนนั้น โดยที่พนักงานก็ยอมรับแล้วว่าได้ทำการขโมยมาจากคุณพี่ที่เป็นเจ้าของนาฬิกา ดังนั้นนาฬิกาเรือนนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นของคุณที่โดนขโมยไป นอกจากนี้ นาฬิกาเรือนนี้เป็นของมือหนึ่งที่เจ้าของซื้อมาจาก shop การที่จะนำ serial number ไปเช็คหาเจ้าของจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ
2 ในกรณีที่มีคนเสนอว่าคุณโอควรคืนเงินเท่าจำนวนที่หายไปให้คุณที่เป็นเจ้าของนาฬิกาก่อนเพื่อเเสดงความบริสุทธิ์ใจ ในกรณีนี้ ดิฉันเข้าใจคุณโอว่าไม่สามารถทำได้และเป็นไปได้ยากในกรณีที่ยังหาข้อสรุปต่างๆไม่ได้แบบนี้
3 ประเด็นที่เกี่ยวกับการรับซื้อของโจรนั้น ดิฉันมีความเห็นว่าคุณโอเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการขายนาฬิการะดับ high end มาไม่ใช่น้อย การที่คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้สงสัย หรือไม่ทราบจริงๆว่าคนที่เอาของมาขายให้คุณนั้นเป็นโจร ดิฉันคิดว่าเป็นไปได้ยาก Piaget ไม่ใช่นาฬิการาคาถูก ยิ่งถ้าเป็น gold และกลไกที่ซับซ้อนของนาฬิกาเรือนนี้ด้วยแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่นาฬิกาเรือนนี้จะราคาแค่ 60,000 - 100,000 บาท คนที่นำมาขายในราคานี้จึงไม่ใช่ผู้ที่เป็นเจ้าของและรู้ค่านาฬิกาที่แท้จริงอย่างแน่นอน คุณโอน่าจะสงสัยในจุดนี้นะคะ ดิฉันเข้าใจว่าในฐานะของคนค้าขายนั้น การลงทุนต่ำ เพื่อทำกำไรได้สูงเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากได้ แต่คุณโอเป็นพ่อค้าที่มีชื่อเสียงที่ีดีมาตลอดน่าจะระมัดระวังตรงจุดนี้เป็นอย่างมากค่ะ
4 จากที่คุณโอกล่าวว่าทางเจ้าของนาฬิกาไม่ได้จะเอาเรื่องพนักงานของตนที่ขโมยของแต่จะมาเรียกร้องเอาจากคุณนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงดิฉันคิดว่าไม่ยุติธรรมสำหรับคุณโอเช่นกัน และดิฉันเชื่อว่าคงจะไม่มีคนที่ไหนที่จะไม่เอาผิดโจรหรอกค่ะ
5 ที่้ร้านของคุณโอมีการรับประกันของที่ซื้อไปเป็นระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นจึงไม่ make sense เลยที่คุณจะบอกว่าคุณไม่สามารถหาตัวคนซื้อนาฬิกาเรือนนี้ได้โดยเร็ว โดยปกติการซื้อขายของต่างๆ ต้องมีหลักฐานการซื้อขายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณมีร้านและมีการออกใบรับประกันเช่นนี้ด้วยแล้ว น่าจะมีการเขียนใบรับประกันและระบุชื่อผู้ซื้อ การตามจึงไม่น่าที่จะเป็นเรื่องยาก หรือต้องใช้เวลานานค่ะ
ดิฉันมองว่าในกรณีนี้ เมือ่ตามตัวคนที่ซื้อไปได้แล้วนั้น ควรมีการนำนาฬิกากลับมา และคุณโอนำเงินส่วนที่ได้รับคืนให้คุณผู้ซื้อไป จากนั้นนำนาฬิกาไปคืนเจ้าของ (เมื่อคุณแน่ใจและมีหลักฐานว่าเป็นเจ้าของตัวจริง) ส่วนเงินของคุณโอที่จ่ายค่าของไป 60,000 นั้น ทางโจรต้องนำมาคืนคุณโอค่ะ ถ้าเคสนี้จบในลักษณะนี้ทุกผ่านก็น่าจะ happy และไม่ต้องผิดใจกันนะคะ ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งเกิดจากการตั้งข้อสังเกตของดิฉันนะคะ ถ้าทำให้ผู้ใดไม่พอใจ ขออภัยด้วยค่ะ
จากกระทู้ข้างต้นนะครับ
1 การที่โอกล่าวถึงประเด็นว่าทางเจ้าทุกข์ไม่มีหลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของ โอเพียงต้องการบ่งชี้เจตนาครับว่า ทางโอให้ความช่วยเหลือโดยดีมิได้รีรอหลักฐานพวกนั้นเลยครับ และก็ไม่เคยเรียกขอหลักฐานการแสดงความเป็นเจ้าของใดๆเลย เท่านั้นเองครับ
เพราะหากว่ากันตรงๆการที่โอนำสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายมาให้ผู้อื่นเฉยๆเลยมันก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้องหรอกครับ เพียงแต่ว่าทางโอต้องการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วจึงมองข้ามกฎพวกนั้นไปครับ
3 โอได้พยายามโทรสอบถามพ่อค้าหลายท่านแล้วครับวันนั้น พ่อค้าทุกท่านบอกว่าขายยากจริงๆครับยี่ห้อนี้ ซื้ออยู่ประมาณแสนหนึ่งพอ ในตลาดมือสองบ้านเราเค้าไม่เล่นกันหรอก ลองหาราคามือสองของ piaget ในเน็ตก็ไม่มีข้อมูลมากนักครับ ส่วนมากก็อยู๋ประมาณแสนกว่าบาทครับ ทางผู้ขายก็บอกว่าที่อื่นเคยเสนออยู่ที่แสนหนึ่งครับ
แต่ที่โอซื้อเข้ามาราคานั้นเพราะ กลไกล power reserve ใช้ไม่ได้ครับ ช่างตีค่าซ่อมอีกหลายหมื่นครับ
และหากโอรู้และสงสัยตั้งแต่แรกว่า เป็นของขโมยมา โอคงไม่กล้านำมาลงเว็บขาย หรืคงรีบลบรูปพร้อม serial ออกจากเว็บแน่นอนครับ เพราะก็ถูกขายไปหลายเดือนแล้ว เพียงแต่โอไม่ได้เอะใจเลยแม้แต่นิดเดียวจริงๆครับ ^^'
5 โอออกใบรับประกันให้ทางลูกค้าถือไว้ครับ หากเป็นลูกค้าที่ร้านจะพอทราบว่าใบรับประกันจะไม่มีต้นขั้วครับ โอออกใบรับประกันเพื่อยืนยันว่านาฬิกาเรือนนั้นหากมีปัญหาก็แว้บเข้ามาหาโอได้เลยครับ โอมิได้ระบุชื่อผู้ซื้อลงในใบรับประกันนะครับ แม้กระนั้นโอก็มิได้กล่าวว่าจะใช้เวลานานในการตามหานะครับ บอกเพียงว่าต้องใช้เวลหน่อย เพราะเป็นลูกค้าที่เดินมาโซนร้านเพชรบ่อยๆ น่าจะไม่เกินเดือนหนึ่ง แต่โอไม่สามารถระบุบได้ชัดเจนขนาดว่า ตามให้ได้ในวันนั้น หรือวันนี้เลยก็เท่านั้นเองครับ จึงอาจเป็นเหตให้เข้าใจผิดว่าโอพยายามบ่ายเบี่ยง กระมังครับ ^^'
แต่ไม่ต้องตกกระใจไปนะครับ เรื่องนี้น่าจะเคลียเรียบร้อยในเร็วๆนี้ครับเพราะโอได้ทำการตกลงกับทางฝ่ายเจ้าของไว้แล้วนะครับ
สำหรับผุ้ที่อ่านกระทู้มาตั้งแต่ต้นนะครับ โอก็อยากให้ระมัดระวังกันจริงๆครับ มิจฉาชีพเดี๋ยวเดินกันขวักไขว่เลยครับ
และอยากให้อ่านหรือฟังทุกๆเรื่องอย่างอย่างเป็นกลางครับ ไม่ว่าจะเรื่องของโอ หรือเรื่องใด อยากให้มองแบบใจเขาใจเราครับ
เพราะเมื่อเรื่องราวจบลงด้วยดี สุดท้ายเราก็จะยิ้มให้กันเองละครับ Happy Ending นะครับบ^^
ตามมาอ่านตลอด ก็ขอให้เรื่องไกล่เกลี่ยกันได้ลงตัวนะคะ ^_^
มิจฉาชีพ เยอะ เกินพลอยระแวงทั้งคนซื้อ คนขาย ไอ้เรื่องเงิน มันไม่เท่าไหร่หรอก master card ดูแล แต่ค่าความเสียหายทางจิตใจนี่ซิ master card ก็จ่ายไม่ได้หนา
แว้บเข้ามาแจ้งข่าวคราวครับ ว่าโอสามารถตามซื้อนาฬิกามาคืนได้แล้วครับ และได้ส่งมอบคืนเจ้าของไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนนะครับ ^^' ช่วงนี้ยุ่งๆครับเลยไม่มีเวลาเข้ามาแจ้งข่าวครับ
ทางฝ่ายเจ้าของนาฬิการับปากกับโอว่าหากได้รับของคืนแล้วจะมาช่วยชี้แจงในนี้ให้นะครับ ยังงัยรอเสียงฝ่ายเจ้าของนาฬิกาเข้ามายืนยันก็ได้ครับผม
จบลงด้วยดีนะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจและเอาใจช่วยนะครับ
และขอบคุณ SBN มากครับที่ทำให้เกิดสังคมดีๆแบบนี้ครับ
มาแจ้งข่าวนะคะ
ตอนนี้พี่เจ้าของนาฬิกาได้ของคืนแล้วค่ะ ยังขาดแต่กล่องและใบ ซึ่งทางคุณโอรับปากว่าจะช่วยตามให้
ต้องขอขอบคุณคุณโอมากที่ให้ความร่วมมือในการตามหาผู้ซื้อให้นะคะ พี่เจ้าของนาฬิกาเค้าไม่ได้ต้องการจะ discredit คุณโอแต่อย่างใดนะคะ เพราะจริงๆ ก่อนที่พี่เค้าจะไปถึงที่ร้านคุณโอวันแรก เค้าได้ปรึกษากับทนายของบริษัท และทางตำรวจท้องที่ที่รับแจ้งความเรียบร้อยแล้ว พอไปถึงที่ร้าน เรื่องราวที่เกิดขึ้น กลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาด จึงได้มีการนำเรื่องนี้มาในห้องร้องเรียน เพื่อต้องการทราบว่า ความเห็นที่หลากหลายขึ้นน่ะค่ะ
ขอขอบคุณในทุกความคิดเห็นนะคะ ส่วนตัวดีใจมากๆ ที่เรื่องนี้จบอย่าง happy endings ค่ะ