ขอระบายความใจในกับบริการหลังการขายของ ร้านYSL @ Siam Paragon
โดย SukanyaMay
SukanyaMay
#1
สวัสดีเพื่อนๆและพี่ๆทุกคนในSBNค่ะ

วันนี้ขอมาระบายความในใจกับเพื่อนๆพี่ๆชาวSBNค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับบริการหลังการขายของร้านYSL ที่สยามพารากอร์น

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวันเสาร์ที่1ที่เพิ่งผ่านมานี้เอง เมย์ไปเดินซื้อของกับคุณพ่อที่สยามพารากอร์น
แล้วก็อยากจะเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์ใหม่ ก็เลยชวนคุณพ่อเข้าไปที่YSL เพราะว่าเมย์เคยซื้อMuse1กับกระเป๋าถือ
แล้วก็เข็มขัดมาเมื่อประมาณต้นปีที่แล้ว พนักงานขายบริการดีมากๆ และสินค้าที่เมย์ใช้มา ก็ไม่เคยเกิดปัญหาแต่อย่างใด
ครั้งนี้เลยถือโอกาสซื้อกระเป๋าสตางค์จากที่นี่ซะเลย ดูไปดูมา ไปถูกใจรุ่น Y-Mail Zip Aroundที่เป็นหนังแก้วแบบlong purse ก็เลยหยิบเอาไปให้พนักงานขายคิดเงินเลย เมย์ก็ไม่ได้เช็คอะไร บอกพนักงานขายแค่ว่า "รบกวนเช็คสินค้าให้ด้วยค่ะ ดูให้หน่อยว่ามีตำหนิมั๊ย" เค้าก็บอกว่าไม่มี แล้วก็เช็ดสินค้าพร้อมกับแพคสินค้าให้เมย์ เมย์ก็โอเค เอากลับมาบ้านก็เอามาโชว์พ่อกับอาโก ต่อจากนั้นก็จัดแจงเอาบัตรและเงินใส่ลงไปแล้วเอาไปเก็บในกระเป๋าถือผ้าเล็กๆที่ปกติจะพกไว้ใส่ของจิปาถะก่อนที่ถ่ายเทของลงกระเป๋าหลักอีกทีนึง ในระหว่างอาทิตย์นี้ เมย์หยิบไปใช้แค่ไม่กี่ครั้งเพราะปกติจะอยู่บ้านซะส่วนใหญ่

พอมาถึงวันศุกร์ เมย์ตื่นมาตอนเช้า9โมงไปส่งน้องสาวที่Fitness First เซ็นทรัลบางนา ก็ลงมาเดินซุปเปอร์มาเก็ตก่อน
กลับ ตอนหยิบบัตรออกจากกระเป๋าสตางค์ ก็งงๆ ว่าทำไมมันมีด้ายโผล่ออกมาตรงริมขอบกระเป๋า ลักษณะเป็นแบบ ด้ายเส้นเดี่ยวที่เย็บซ้ำกระเป๋า2ด้าน (ยาวประมาณ2-3ซ.ม) คาดว่าที่ตอนแรกเมย์ไม่เห็นเป็นเพราะว่ามันติดอยู่กับขอบโค้งตรงก้นของกระเป๋า (ตรงที่เป็นมุมโค้งๆ ที่จบซิบค่ะ) ด้ายมันไปติดพอดีกับตรงนั้นเลย ก็เลยเดาได้ว่ามันคงไปติดตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้วก็ไม่ได้หลุดออกมาบวกกับที่ด้ายกระเป๋าเป็นสีดำแล้วทับเส้นกับด้ายเดี่ยวพอดี เมย์เลยไม่สังเกตุเห็นจนวันศุกร์ เพราะการใช้งานของเมย์ มันไม่ทางทำให้ด้ายที่เย็บมาจากโรงงานมันหลุดออกมาได้ขนาดนั้น เมย์เลยตกใจรีบโทรไปหาร้านYSL แล้วบอกว่า ด้ายกระเป๋ามันหลุดออกมา เด๋วเมย์จะเอาเข้าไปให้ดู พอเมย์เข้าไปถึง ก็เอากระเป๋าสตางค์โชว์ให้พนักงานขายดู เค้าก็บอกว่า เค้าจะรับเรื่องไว้ให้เมย์ จะส่งซ่อมให้ฟรี
เมย์ก็ถามว่า ถ้าซ่อมแล้วจะเหมือนเดิมมั๊ย เค้าก็ตอบเมย์ว่า ไม่เหมือนเดิม เพราะว่าจะส่งซ่อมกับช่างในไทย อย่างมากคงได้แค่ใกล้เคียงที่สุด เมย์ก็พูดว่า แต่เพิ่งซื้อไปเอง ถ้าเอาไปซ่อมแล้วกลับมาไม่เหมือนเดิม อย่างนี้จะได้ยังไง ของยังใหม่อยู่เลย เมย์ก็ถามต่อว่า เปลี่ยนใบใหม่ได้มั๊ย เค้าก็โทรถามผู้จัดการ คำตอบคือ ให้เปลี่ยนไม่ได้
เหตุผลของเค้าคือแค่เพราะว่า เมย์ได้เอาไปใช้แล้ว จากนั้นในการสนทนา พนักงานขายก็ย้ำแล้วขึ้นเสียงกับเมย์นิดนึง ว่าคุณซื้อไปตั้งแต่วันเสาร์ที่แล้ว แล้วตอนนี้เป็นวันศุกร์ ถ้ามาแจ้งตั้งแต่2-3วันแรกจะเปลี่ยนให้

2 ทางเลือกที่เค้าให้เมย์คือ
1. ส่งซ่อมฟรี แต่กระเป๋าสตางค์ใบนี้จะไม่กลับมาในสภาพเดิม (เพราะต้องรื้อแล้วเย็บใหม่)
2. ตัดด้ายที่มันหลุดทิ้ง แล้วเอาไปใช้ต่อจนมันเสียมากกว่านี้ แล้วค่อยส่งซ่อม

เมย์ก็เลยพูดไม่ออก เกือบจะร้องไห้อยู่ในร้านแล้ว เลยต้องบอกให้เค้าตัดมันทิ้ง แล้วเมย์จะเอากลับไปใช้ต่อ
เสียความรู้สึกมากๆ ซื้อมาในราคา 20,200บาท แต่รับผิดชอบโดยการส่งซ่อมฟรี แต่กระเป๋าสตางค์จะไม่กลับมาในสภาพเดิม อย่างนี้เมย์ก็ไม่รู้จะส่งไปซ่อมทำไม วันนั้นอุตส่าห์ขับรถจากสำโรงเข้าสยามพารากอร์นหลังจากส่งน้องสาวเสร็จ แล้วก็ต้องรีบกลับไปรับอีก ขับรถวุ่นวายไปหมด

ประเด็นที่เมย์สงสัยคือ
สินค้าซื้อมายังไม่ถึง1อาทิตย์ ด้ายก็หลุดออกมาเพราะการเย็บมาไม่ดีจากทางโรงงาน แต่ทำไมร้านถึงดูเหมือนจะไม่อยากรับผิดชอบเลย เมย์เคยซื้อกระเป๋าจากMulberryมา แล้วมีตำหนิ พนักงานขายเค้าเปลี่ยนให้เลย บอกว่าจะส่งสินค้ากลับแล้วแจ้งไปว่าเป็นdefect merchandise แล้วทำไมYSLที่เป็นแบรนด์ดังระดับโลกขนาดนี้แต่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยกลับไม่รักษาน้ำใจลูกค้าเลย ถ้าส่งซ่อมแล้วกระเป๋าเมย์จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เมย์คงไม่ได้คิดอะไร แต่นี่ตัวเลือกที่ให้เมย์มา มันดูไม่มีอันไหนคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปเพื่อกระเป๋าใบนี้เลย ตอนนี้ก็คงได้แต่ทำใจ แล้วใช้จนมันเสียจากนั้นค่อยเปลี่ยนใบใหม่ ในความรู้สึกเมย์ ถ้ามันเป็นเงินที่เมย์หาเอง คงจะไม่คิดอะไรมากเ้ท่านี้
แต่ใบนี้คุณพ่อซื้อให้ เค้าก็ดีใจที่เห็นเราชอบ สุดท้ายกลับออกมาเป็นแบบนี้ คุณพ่อก็ไม่อยากพูดอะไรมาก
บอกแค่ว่า ช่างมันแล้วกัน วันหลังก็ไม่ต้องไปซื้อจากแบรนด์นี้อีก

นี่เป็นรูปด้ายของกระเป๋าที่หลุดออกมา แล้วหนักงานขายตัดทิ้งให้ค่ะ จะเห็นว่ามี2ด้านเลย เพราะว่ามันเป็นด้ายเส้นเดียวกันที่เย็บย้ำแถวๆขอบทั้งสองด้าน




รูปใบเสร็จเพื่อยืนยันว่า เมย์ไม่ได้กล่าวหาเค้าโดยไม่มีหลักฐานหรือพูดลอยๆโดยไม่มีมูลค่ะ


สุดท้ายนี้เมย์ขอเตือนเพื่อนๆทุกคนว่า ไม่ว่าจะซื้อสินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อไหนมา ควรเช็คให้ถี่ถ้วนก่อนจะรับสินค้าออกมาค่ะ เพราะปกติตัวเมย์เองจะไม่ค่อยเช็คอะไรมากเนื่องจากคิดว่าซื้อจากร้านโดยตรงคงไม่มีปัญหา แต่หลังจากนี้คงต้องเช็คให้ละเอียดกว่าเดิม

ขอขอบคุณพื้นที่และมิตรภาพดีๆในSBNค่ะ
madam-neat
#2
น่าเสียดายแทนอีฟแซงต์ที่จะต้องขาดลูกค้าที่น่ารักไปอีกหนึ่งครอบครัว
แต่หลังจากที่กระทู้นี้ถูกตั้งขึ้นก็คงมีอีกหลายคนที่ต้องลังเลที่จะเป็นลูกค้าของเขา
การบริการหลังการขายนี่สำคัญจริงๆสำหรับการเติบโตทางธุรกิจ
SukanyaMay
#3
มาอัพเดทความคืบหน้าค่ะ

วันนี้เมย์ได้โทรเข้าไปบริษัทที่นำเข้าYSLโดยตรง แล้วได้คุยกับผู้ดูแลแบรนด์นี้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ
ทางผู้ดูแลแบรนด์เค้าดีกับเมย์ดีมากๆ พร้อมทั้งจะจัดการส่งกระเป๋าไปซ่อมที่ต่างประเทศให้ด้วยค่ะ
ทางเค้าอธิบายให้เมย์ฟังว่า วันที่เมย์ไปหาพนักงานขายที่ร้าน อาจจะเกิดการสื่อสารผิดพลาด แล้วเค้าก็ต้องขอโทษแทนพนักงานขายด้วย
ที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี เนื่องจากประเด็นที่จะรับซ่อมกระเป๋าให้เรา แต่จะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม (ตามที่พนักงานขายอธิบายให้เมย์ฟังในวันที่เมย์ไปหา)
ทางผู้ดูแลแบรนด์เอง เค้าพร้อมที่จะรับผิดชอบให้เมย์สุดๆเลยค่ะ อันนี้รู้สึกประทับใจมากๆ แต่เมย์ได้แจ้งเค้าไปแล้วว่า เรื่องกระเป๋าเมย์ยังไม่ส่งซ่อม
เพราะที่เมย์โทรติดต่อไป คือเพราะเมย์สงสัยในเรื่องserviceของแบรนด์
เมย์ก็เลยขอบคุณทางเค้าไป ที่ให้ความใส่ใจกับลูกค้า ปัญหาเคลีย์แล้วค่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรค้างคาใจแล้ว
เพราะถือว่าเค้าก็ยินดีจะช่วยเมย์ เนื่องจากส่วนตัว เมย์ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับด้ายที่หลุดออกมามากสักเท่าไหร่
แต่แค่รู้สึกเสียความรู้สึกที่พนักงานขายเค้าจัดการเรื่องให้เมย์แบบเมื่อวันศุกร์
สรุปว่าตอนนี้สบายใจแล้วค่ะเพราะทางบริษัทโดยตรงเค้ามีความรับผิดชอบมากๆค่ะ
SukanyaMay
#4
Originally Posted by madam-neat
น่าเสียดายแทนอีฟแซงต์ที่จะต้องขาดลูกค้าที่น่ารักไปอีกหนึ่งครอบครัว
แต่หลังจากที่กระทู้นี้ถูกตั้งขึ้นก็คงมีอีกหลายคนที่ต้องลังเลที่จะเป็นลูกค้าของเขา
การบริการหลังการขายนี่สำคัญจริงๆสำหรับการเติบโตทางธุรกิจ


เมย์เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยค่ะ นี่ถ้าเมย์ไม่ได้โทรเข้าไปสอบถามโดยตรงด้วยตัวเอง
ป่านนี้คงจะต้องมองแบรนด์ในแง่ลบต่อไปแน่ๆเลยค่ะ

AnnAnnAntz
#5
มาร่วมแชร์ประสบการณ์กับYSLค่ะ

เราเป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่ปลื้ม SA ของ YSL @Paragonค่ะ
วันนั้นตั้งใจจะไปเสียเงินสอยMuse II
แต่คุณนายSAไม่บริการและตอบอย่างเสียไม่ได้
รูมเมทเลยพูดออกมาว่า ใบนี้เท่าไหร่..เราเอาเงินของเราไปเสียตังค์ที่Club21 กันเถอะ.!!

SA เค้าจะรู้บ้างมั๊ยนะว่า Service สำคัญสำหรับหน้าที่การงานเขาขนาดไหน ..หึหึ
piyapornka
#6
พอดีได้มีโอกาสไปshoppingที่ต่างประเทศบ้างรู้สึกว่าเค้าบริการดีมากตั้งแต่เอามาให้ดูแนะนำว่ารุ่นไหนคุณสมบัติยังไงตอนจ่ายเงินก็ให้เราเช็คสินค้าจนกว่าจะพอใจ
แล้วก็แพ็คของอลังการมาก เลือกอยู่หลายแบรนด์บางแบรนด์เราไม่เอาเค้าก็ไม่ว่าเลยแถมยังขอบคุณเราอีกพอกลับมาเมืองไทยเลยไม่กล้าเข้าshopที่ไทยเลยค่ะเพราะเรามักเจอบริการที่ไม่ดีก็เลยปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรเอาไว้ไปเที่ยวต่างประเทศคราวหน้าค่อยไปซื้อหรือไม่ก็ฝากเพื่อนซื้อเอาน่ะค่ะ
kim-juu
#7
ยินดีด้วยนะคะที่ได้รับการดูแลและแก้ไขน้องเป๋าค่ะ
ดูกระทู้ทั้งหมดในชุมชน จาก  Downtown ดูกระทู้ในหมวด ดูกระทู้ในหมวดย่อย
กระทู้แนะนำจากการคัดเลือกอัตโนมัติ
1
2
3