29/6 10:30 คุณบอกว่าโทรหายูแล้วไม่รับสายซึ่งไม่แปลกเพราะยูติดประชุมอยู่ และยูได้แจ้งให้คุณทราบแล้วว่าบางครั้งไม่สะดวกรับสาย แจ้งคุณแล้วด้วยว่าน้องชายจะเป็นคนเอาจะกระเป๋าไปให้ (คุณยังพูดเลยว่า
บ้านนี้ดีจัง พี่น้อง ช่วยกันทำมาหากิน----ซึ่งบอกตรงๆว่าฟังแล้วไม่ค่อยปลื้มเลยค่ะ อย่าบอกนะคะว่าเป็นคำชม เพราะบางคำพูดต้องกลั่นกรองเยอะๆค่ะ ยูจึงมักจะคุยเฉพาะเรื่องกระเป๋าอย่างเดียว ไม่ซอกแซกวิจารณ์เรื่องส่วนตัวกับลูกค้า เรื่องครอบครัวถือเป็นเรื่องส่วนตัวนะคะ แต่ยูก้อไม่ได้ว่าอะไรคุณเลย ช่างค่ะ ปล่อยผ่าน)
คุณไม่บอกด้วยล่ะคะว่าคุณนัดเจอที่เซ็นทรัลแล้วคุณไม่ไปตามนัด ทั้งๆที่นัดกัน 11:00 โมง พร้อมทั้งนัดโอนเงินมัดจำกันแล้วคุณไม่โอนมัดจำด้วยตั้งแต่ 28/9 (1000 บาท)
คุณถามว่า ถ้าตกลงซื้อขาย เอาของมาแล้วเกิดมันไม่แท้ จะยังไงคะ : ไม่แปลกค่ะที่น้องจ๊อยต้องปรึกษากับยูก่อน เพราะของเราแท้แน่นอน หากลูกค้ารับกระเป่าไปแล้วกลับมาบอกว่าไม่แท้ก้อยุ่งสิคะ ใช่ใบเดิมที่เอาไปหรือเปล่า หรือต้องยืนยันกันยังไง ต้องปรึกษายูก่อนแน่นอนค่ะ ขายมาเป็นร้อยใบพึ่งเจอจริงๆค่ะ คำถามนี้ เคยเจอแต่ถามสี รุ่น ขอลดราคา เพราะถ้าไม่เชื่อใจก้อไม่ซื้อขายกัน หรือถ้าไม่มั่นใจสายตาตัวเองก้อต้องซื้อที่ช็อปไปเลยค่ะ ตอนนัดกันทำไมคุณไม่ถามก่อนคะ มาถามตอนใกล้เวลานัด
เงินมัดจำ-ถ้าไม่แท้/ไม่สบายใจว่าแท้ คืนให้ค่ะ
ลูกค้าบางท่านคุยกันตรงๆว่า พี่คะ หนูไม่แน่ใจว่าสะพายแล้วเหมาะกะหนูหรือเปล่า ขอลองดูก่อนได้ไหม หนูไม่เคยเห็นของจริง กลังใหญ่หรือเล็กไป พูดตรงๆเราใจดีให้ดูค่ะ เอาใบของพี่ไปลองเลย ไม่ชอบไม่ต้องซื้อ เพราะจะเสียเงินซื้อต้องชอบ ไม่เหมาะก้อไม่เชียร์ให้ซื้อ
เรารอการติดต่อกลับจนบ่าย : เรานัดกัน 11:00 คุณไม่มา
11:39 คุณบีบีถามยูว่าถึงสตาบัคแล้วเหรอคะ เพิ่งเลยเวลานัดมาครึ่งชั่วโมงเอง ยูบอกว่าน้องชายออกจากเซ็นทรัลแล้ว ยูถามว่าคุณถึงไหนแล้ว คุณบอกกำลังจะออกจากบ้าน ให้น้องชายกลับมาได้หน่อย พอดียูโทรหาน้องเค้าขึ้นทางด่วนแล้ว ยูแจ้งคุณว่าต้องนัดกันวันหลังแล้วเพราะมีนัดส่งของลูกค้า
โทรหาคุณยูยากมาก ไม่รับสาย : ยูไม่รับสายคุณครั้งแรก 29/6 นะคะ นอกนั้นมีรับช้า (โทรซ้ำสองไม่เกิน 10 นาทีต่อมาก้อรับสายทุกครั้ง) ยูแจ้งคุณหลายครั้งแล้วว่าบางทีมีประชุม เปิดแบบสั่นไว้ แต่มีอะไรบีบีมาทิ้งไว้เลย ตอบกลับแน่นอน สรุปว่ายูไม่เคยรับสายคุณหรือคะ??
เพราะประชุมอยู่ไงคะ เบอร์ไม่คุ้นถึงไม่รับสาย เพราะถ้าลูกค้าติดต่อครั้งแรกๆจะติดต่อน้องจ๊อย จนนัดรับของจึงจะคุยตรงกับยู เพราะส่วนมากค่อนข้างยุ่ง แต่ถ้านัดรับของ-ส่งของ ไม่เคยพลาดไม่เคยเบี้ยว
ขอทำความเข้าใจนิดนึงนะคะ จริงไม่อยากสาธยายเลย ไม่ต้องการอวดอ้างใดๆด้วยซ้ำ เพราะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในนี้หลายๆคนมีธุรกิจใหญ่ๆโตๆ กว่ายูเยอะแยะ
ยูต้องประชุมบ่อยเพราะยูเป็นกรรมการผู้จัดการ 3 บริษัท แต่ละบริษัทมีเกือบ 10 แผนก ประชุมแทบทุกวัน (อยากดูหนังสือจดทะเบียนบริษัทกับผู้ถือหุ้นได้นะคะ เด๋วจะหาว่าพูดลอยๆไม่มีหลักฐาน)
ขายกระเป๋าไม่ใช่อาชีพหลักค่ะ อาจเหมือนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายคนในห้องนี้ที่รักกระเป๋า แค่ได้ซื้อได้เข้าร้านได้คุยกะSA ก้อมีความสุขน่ะค่ะ
อ้างอิงถึงโพสขาย ซึ่งระบุไว้ว่าต้องโอนมัดจำ แล้วนัดรับสินค้า ขอรูปเพิ่มเติม สอบถามก่อนได้
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
นัดของคุณยูมั่นใจแน่นอนว่าคุณจะซื้อสินค้ากับเรา ไม่ใช่กรณีขอดูสินค้าเฉยๆ
เนื่องจากคุณนัดเราถึง 3ครั้ง แล้วคุณเป็นคนผิดเวลานัด / เลื่อนนัดเราตลอด
นัดครั้งที่ 1 นัดแล้วคุณเปลี่ยนไม่มาเพราะจะไปรับลูก
นัดครั้งที่ 2 เราไปตามนัดเวลา 11.00 โมงตรง แต่คุณไม่มา นัดครั้งนี้ คุณไม่ได้มัดจำด้วยซ้ำ จนเวลาร่วงเลยมา 11.40 คุณเพิ่งจะโทรมาถามว่าทำไมไม่รอ ให้น้องชายโทรมาได้มั้ย จึงได้นัดเป็นพรุ่งนี้แทน
นัดครั้งที่ 3 นัดไว้ 11โมง พอไกล้เวลาโทรเลื่อนเป็นเที่ยง
--------------------------------------------------------------------------------------------
ลำดับเหตุการณ์จริงพร้อมหลักฐานยืนยัน (ไม่ใช่กล่าวลอยๆ)
วันที่ 27/6 คุณติดต่อเข้ามา สนใจ chanel metallic ขอรูปและ ขอลดราคา
วันที่ 28/6 คุณกับยูเริ่มคุยบีบีกัน
วันที่ 28/6 ราวๆบ่ายโมงเศษได้ส่งรูปกระเป๋าทั้งหมดให้กว่า 10 รูปตามที่ขอมาทางอีเมล์ คุณเก๋แจ้งทางบีบีว่าอยากดูกระเป๋าวันนี้มากๆ ยูจึงนัดเจอที่เซ็นทรัลบางนาราวๆบ่ายสอง และตัดสินใจขับรถไปเซ็นทรัลบางนา สักครู่คุณตอบมาว่า ต้องไปรับลูกบ่ายสามเดี๋ยวไม่ทัน
ตอนค่ำได้คุยบีบีกัน คุณเก๋ซักถามหลายอย่าง
พูดอะไรแปลกๆเช่น เด็กสมัยนี้เก่ง กล้าซื้อของแพงๆมาขายเยอะ ทั้งที่ไม่มีออเด้อร์ก่อน
คุณขอนัดเจอ 29/6 ยูบอกว่าต้องคอนเฟิมและมัดจำก่อน เพราะกลัวเจอปัญหา ลูกค้าไม่มาตามนัด และกลัวเจอลูกค้าที่มาลองๆสะพายแล้วไม่เอา จะทำให้กระเป๋าชอกช้ำสำหรับลูกค้าที่ซื้อไปเป็นเจ้าของจริงๆ ขอมัดจำก่อนเพื่อยืนยันว่าต้องการซื้อจริงๆและนัดตรวจสอบความแท้และสภาพว่าจริงตามที่ส่งรูปให้ดู
แต่ถ้าไม่แท้หรือไม่สบายใจ(คือกรณีว่าปลอม/สภาพไม่เป็นตามรูป)จะคืนเงินมัดจำให้
คุณเก๋ตกลงโอนเงินมัดจำ 1000 (28/6) และมีการนัดหมายพบกัน 11:00 น ที่สตาบัค central bangna วันรุ่งขึ้น (ยูได้แจ้งให้คุณเก๋ทราบว่าอาจจะไม่ได้ไปเองเพราะค่อนข้างยุ่ง แต่น้องชายจะเอาไปให้ดู) สรุปคุณไม่โอนมัดจำให้ แล้วไม่แจ้งด้วยว่าไม่โอน
วันที่ 29/6 (ยูติดประชุมตั้งแต่ 8:30 และได้เปิดบีบีเป็นระบบ silent) คุณเก๋บีบีมาบอกว่าเมื่อคืนลืมโอนเงิน จะโอนให้วันนี้ 9 โมง และได้ขอเบอร์โทรยูไป
น้องชายไปรอตามนัดตั้งแต่ก่อน 11:00 รอถึง 11:35 และเช็คบัญชีแล้วคุณเก๋ก็ไม่ได้โอนเงินมัดจำมา เนื่องจากมีนัดลูกค้าอื่นตอนบ่ายโมง ยูจึงให้น้องชายออกจากเซ็นทรัลบางนา หลังจากนั้นคุณเก๋จึงบีบีเข้ามาตอน 11:38 ถามว่าถึงสตาบัคแล้วเหรอ คุณเก๋กำลังจะออกจากบ้าน คุณเก๋สงสัยว่า ถ้าซื้อกระเป๋าไป จ่ายเงินแล้ว กระเป๋าไม่แท้ จะคืนเงินค่ากระเป๋าให้หรือไม่ ยูตอบว่าคืนเงินแน่นอน เพราะของแท้แน่ๆ ซื้อมากับมือทุกใบ ถ้าไม่สบายใจเอาเข้าห้อง catch fake ก่อนเลย คุณเก๋บอกว่าขี้เกียจ ส่วนน้องชายขึ้นทางด่วนแล้ว ยูแจ้งว่าคงต้องนัดกันใหม่วันหลัง และเพื่อซื้อความรู้สึกลูกค้า ยูบอกขอโทษ(ทั้งๆที่ยูไม่ได้ผิดนัด) และบอกคุณเก๋ว่า พรุ่งนี้ยูจะลดพิเศษให้ต่างหาก (จากราคาที่ตกลงกันคือ 75,000)
คุณเก๋แสดงความประสงค์อย่างชัดเจนว่าต้องการซื้อ แค่ต้องการดูให้แน่ใจก่อนว่าแท้ จึงนัดหมายกันครั้งที่ 3 30/6 เวลา 11:00 ที่สตาบัค เซ็นทรัล บางนา และบอกว่าถ้าเลทให้รอด้วย ยูจึงรับปากว่าจะรอ และคอนเฟิมเวลา
คุณเก๋ก็ยังไม่ยอมโอนเงินมัดจำ จนกระทั่งหลังเที่ยงคืนจึงโอนเงินมัดจำเข้ามา
วันที่ 30/6 วันที่เรานัดเจอกัน คุณเก๋โทรหายูประมาณ 10:30 ขอเลื่อนนัดเป็นเที่ยง บอกว่าถ้าไม่ได้ต้องเป็นวันอื่น พอดีน้องชายอยู่สตาบัคแล้ว ยูคอนเฟิมบอกว่ารอแน่ๆค่ะ
ประมาณ 12:00 น้องชายยูลงไปเลื่อนรถเนื่องจากจอดแบบเร่งด่วน 30 นาที พอดีกับที่คุณเก๋ส่งบีบีเข้ามาพอดีว่าถึงสตาบัคแล้ว ยูบอกว่าน้องชายกำลังขึ้นมาจากที่จอดรถ ไม่เกิน 5 นาทีจะถึงสตาบัค คุณเก๋บอกว่ามีเด็กมาด้วย หิวแล้ว ไปเจอที่ร้านอาหารเซนแล้วกัน ยูก้อตอบตกลง(เพราะคุณบอกว่าเด็กหิวจะให้ปฏิเสธคุณเหรอคะ) และโทรบอกให้น้องไปพบคุณเก๋ที่ร้าน สั่งว่าเมื่อถึงให้โทรหาคุณเก๋ เชิญคุณเก๋ออกมาพบหน้าร้าน
เหตุผลคือ
1) ในร้านอาหาร ไม่สะดวกที่จะดูกระเป๋าและจ่ายเงินบนโต๊ะอาหาร
2) ในร้านอาหารที่มีอาหาร เครื่องดื่ม อาจเกิดปัญหาเลอะกระเป๋า ทำให้ไม่สบายใจทั้งสองฝ่าย ในร้านสินค้าหลายแห่งห้ามนำอาหารเครื่องดื่มเข้าร้านด้วยเหตุผลเดียวกัน
3) หากคุณพาเด็กมาด้วย เป็นไปได้ว่าคุณอาจมากับครอบครัว จะเสียมารยาทหากต้องไปนั่งหรือยืนที่โต๊ะทานอาหาร และรบกวนครอบครัวคุณ
อีกไม่เกิน 10 นาที น้องชายโทรบอกว่าคุณไม่ยอมออกมาเจอหน้าร้านเพราะบอกว่าสั่งอาหารมาแล้ว ยูจึงให้น้องเข้าไปหาคุณในร้าน พบว่าคุณเก๋มากับเพื่อน 1 และเด็ก 1
ร้านอาหารมี 2 ชั้น คือ ชั้นล่างและชั้นลอย คุณเก๋นั่งตรงข้ามกับเพื่อนและมีเด็กนั่งอยู่ด้วยอีกฝั่ง
คุณแม่ยูถามว่า : คนไหนดูกระเป๋าคะ (เพราะคุณนั่งแยกกัน 2 ฟาก ถามเพื่อจะส่งกระเป๋าให้ดู) จากนั้นก็ส่งกระเป๋าให้คุณเก๋ดู
น้องชายยูใส่แว่นกันแดดจริงค่ะ แว่นตามภาพ
(เนื่องจากวันนี้มีธุระต้องไปตรวจตา หลังทำเลสิก เพราะมีอาการตาเส้นเลือดขึ้นตานิดหน่อย จึงใส่แว่นกันแดดแบบสุภาพ ร้่านอาหารไม่ได้มีข้อกำหนดห้ามใส่แว่นกันแดดเข้าร้านนี่คะ) แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย
ส่วนคุณแม่ยูใส่แว่นสายตาของ Dior เลนส์ทำสีชมพูเพื่อความสวยงามดังภาพ (ยูไม่ทราบว่าแว่นอันนี้ใส่แล้วบุคลลิตจะแปล่งๆตรงไหน คุณพูดเหมือนแม่ยูแลน้องชายแต่งตัวเป็นโจร)
(ไม่ใช่แว่นกันแดด) และสามารถมองเห็นดวงตาคุณแม่แน่นอน แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย
ฝั่งคุณเก๋ น้องชายยูไปนั่ง อีกฝั่งมีเพื่อนคุณ เด็ก และสิ่งของวางอยู่ เหลือที่น้อยมาก คุณแม่จึงยืนอยู่ไม่ได้นั่ง เก้าอี้เป็นไม้ขนาดใหญ่ค่อนข้างเลื่อนยาก คุณถามคุณแม่ว่า รีบเหรอ
น้องชาย : ครับ มีธุระต่อ
จากนั้นจึงเลื่อนของ ขยับที่ทาง คุณแม่ไปนั่งฝั่งเพื่อนคุณ และไม่ได้พูดอะไรอีกเลย
คุณถามคำถามไปเรื่อยๆระหว่างที่ดูกระเป๋าไป ได้แก่ : กระเป๋ามีกี่แบบ/ไซส์, ไปซื้อมาเองหรือเปล่า, มีมาให้ดูกี่ใบ
น้องชายยูก็ตอบคำถามและยังบอกให้คุณเอาการ์ดโฮโลแกรมออกมาดู ส่งใบเสร็จและใบเคลมแวทตัวจริงให้ดู
คุณและเพื่อนพิจารณาดูกระเป๋าอย่างลังเล พูดว่าการ์ดใช่ แต่สายเบาๆ ไม่แน่ใจว่ากระเป๋าใช่หรือเปล่า และไม่ได้พูดเบาๆอย่างที่คุณบอก เพราะถ้าพูดเบาน้องและแม่ของยูคงไม่ได้ยิน
คุณและเพื่อนมีการปรารภกันว่า จะดูยังไงว่าแท้ ซึ่งยูเอาไปให้ดู 2 ใบ คุณและเพื่อนเอาไปดูคนละใบ และพิจารณากระเป๋าจนพอใจ (ตลอดเวลาที่คุณตรวจสอบดู คนของยูก้อไม่ได้พูดหรือทำกิริยาไม่พอใจใดๆ คุณสามารถตรวจสอบดูอย่างพิจารณา อย่างไม่เร่งรีบ) เมื่อคุณดูเสร็จจึงบอกว่าไม่เอาจะเอาเงินมัดจำคืน
น้องชายจึงเก็บกระเป๋าเข้าถุง และบอกว่าให้คุยกับพี่ยู
คุณเก๋โทรหายู บอกว่าจะเอามัดจำคืน ยูถามว่าติดปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ คุณเก๋บอกว่าไม่สบายใจ ยูจึงบอกว่างั้นช่วยส่งเลขบัญชีมาให้ก่อนนะคะ โดยยังไม่ได้รับปากจะคืนมัดจำให้เพราะยังไม่ได้ซักถามอะไรเพิ่มเติมเนื่องจากกำลังติดประชุมอยู่
หลังจากสอบถามน้องชายจึงได้ทราบว่าคุณดูสินค้าไม่เป็น และคิดว่ากระเป๋าเราไม่ใช่ของแท้
สิ่งที่คุณกล่าวมันช่างขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
--คุณบอกว่าได้ไปเห็นของจริงที่ร้านอื่น แต่เป็นสี navy blue แล้วคุณไม่ชอบ แต่คุณให้ยูเอากระเป๋าไปให้ดู 2 ใบคือ metallic และ navy blue เพื่ออะไรคะ ในเมื่อคุณไม่ชอบสี navy blue อยู่แล้ว
--คุณเคยเห็นของจริงที่ร้านอื่นแล้ว น้ำหนักสายต่างจากสายกระเป๋าของยูจริงหรือคะ
ถ้าคุณเคยเห็นของจริงน่าจะทราบว่าของจริงเป็นอย่างไรนะคะ แล้วคุณบอกภายหลังว่าคุณดูไม่ขาด
--คุณว่าตอนขอย้ายร้านไปเซ็นไม่เห็นยูบอกว่าไม่ได้ ก้อคุณบอกว่าเด็กหิว จะให้ยูไม่ให้ไปทานข้าวก้อเกินไปไหมคะ พอถึงหน้าร้านขอให้คุณช่วยออกมาหน้าร้าน ทำไมคุณไม่ออกมาคะ
--คุณบอกว่าดูผ่านๆไม่อยากดูแล้ว แหมคุณดูอย่างละเอียด ใช้เวลาร่วม 10 นาทีนะคะ ดูกันสองคน คนละใบ ใบที่ไม่ชอบก้อดู บอกว่ามองผ่านๆใจไม่เอาแล้ว เอาการ์ดโฮโลแกรมมาเทียบดู เปิดดูด้านใน-นอก ดูจนทั่ว ถามคำถามหลายอย่าง ทั้งๆที่คุณก้อได้ถามและได้คำตอบจากยูไปแล้ว เช่นคุณถามยูทางบีบีหลายๆครั้งว่ากระเป๋ารุ่นนี้มีกี่ไซส์ ยูตอบไปหลายครั้งแล้วว่าเห็นแต่ขนาดนี้ขนาดเดียวค่ะ มาที่ร้านคุณก้อยังถามคำถามเดิมซ้ำๆอีก ยูแจ้งคุณว่ายูซื้อมาเองกับมือ คุณก้อถามน้องชายอีกว่าไปซื้อมาเองเหรอ ใครไปซื้อมา
--คุณบอกว่าคุณอยากซื้อไม่งั้นจะนัด 2-3 ครั้งและมัดจำทำไม – แล้วคุณกลับพูดว่าแค่นัดดู ทำไมยูไม่บอกว่าดูแล้วต้องซื้อ แปลว่าอะไรคะ นัดดูเฉยๆ ไม่ซื้อ ถ้าคุณจะดูเฉยๆก้อบอกสิคะ คุณแสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการซื้อ แต่ขอดูว่าของแท้หรือเปล่าใช่ไหมคะ ถ้าแท้ซื้อหรือขอคิดดูก่อนคะ ทำไมไม่บอกให้ชัดเจน ถ้าคุณบอกว่าดูไม่เป็น/ของแท้ก้อยังไม่ซื้อ ยูจะได้ตัดสินใจไงคะว่าจะเอาไปให้คุณดูหรือเปล่า
--คุณพูดว่าถ้าทางเราไม่เสนอก่อนคุณคงไม่ถามเรื่องขอมัดจำคืน และกะจะไม่เอาคืนเพราะทำให้ยูเสียเวลา แต่คุณโทรทันทีเลยนะคะ และพูดเลยว่าขอมัดจำคืน ยูถามว่ามีปัญหาอะไรหรือคะ คุณก้อไม่บอก พูดว่าไม่สบายใจ ยูเลยบอกว่าส่งเลขบัญชีมาก่อนนะคะ เด๋วค่อยคุยรายละเอียดกัน
ยูส่งบีบีหาคุณอีกว่าประชุมอยู่ ยังไงจะโทรมาเคลียร์เพราะจะสอบถามว่าไม่ชอบหรือติดปัญหาอะไร
ถ้าคุณว่าของมีตำหนิ สะพายไม่สวย ไม่ชอบ ยูรับได้ค่ะ ก้อคืนเงินกันไป
แต่คุณมาหาว่ากระเป๋าไม่แน่ใจว่าแท้ รับไม่ได้ค่ะ เพราะมันแท้แน่ๆ แล้วคุณก้อดูไม่เป็นเลย มาทำให้เสียเวลา นัดก้อผิดนัดหลายครั้ง ยูจึงคำอธิบายและแจ้งขอไม่คืนมัดจำเนื่องจากการไม่ได้ซื้อขายครั้งนี้เป็นความผิดของคุณเพราะคุณดูกระเป๋าไม่เป็น หาว่ากระเป๋ายูไม่ใช่ของแท้ เพราะคุณไม่แน่ใจ นัดแล้วผิดนัดหลายครั้ง
--คุณบอกว่าดูมาแล้วร้านอื่น. แต่ไม่ชอบสี สรุปว่าคุณยังไม่แน่ใจอีกเหรอคะว่าคุณชอบกระเป๋ารุ่นนี้หรือเปล่า
คุณก้อส่งตอบโต้มานะคะ ทำไมไม่บอกให้หมดล่ะคะ สุดท้ายคุณบอกว่าไม่เอาคืนก้อได้เงินแค่นี้ถือว่าทำบุญ จบ
ยูก้อเลยคิดว่าคุยกับคนอย่างคุณก้อไม่มีประโยชน์ จึงบอกว่า ขอลบคอนแทคคุณออกเปลืองเมมโมรี่ แล้วเงินคุณไม่ต้องห่วงเอาไปทำบุญให้อยู่แล้ว
--คุณบอกว่าปกติคุณโทรหาใครเค้าก้อโทรกลับหาคุณ (คุณบอกว่าไม่เคยซื้อใน sbn เลยค่ะนี่เป็นครั้งแรก) การที่ยูไม่ค่อยว่าง ติดประชุม มันผิดปกติตรงไหนคะ คุณเคยซื้อของกับแม่ค้าใน sbn ไหมคะ บางคนก้อมีงานประจำอื่นๆนอกเหนือจากการขายกระเป๋านะคะ แล้วการคุยผ่านช่องทางอื่นก้อไม่ได้เป็นอุปสรรคนี่คะ ยูส่งคนไปตามนัดทุกครั้ง คุณไปตามนัดและ ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือเปล่า
--การที่คุณไม่ซื้อขายก้อไม่เสียหาย การที่ยูไม่ต้องติดต่อหรือมีลูกค้าอย่างคุณก้อไม่เสียหายค่ะ ดีเสียอีก จะได้มีแต่ลูกค้าดีๆ แล้วบอกว่าจะได้เตือนใจหลายๆคนกับการซื้อของกับแม่ค้าหน้าใหม่ ทำให้ยูแน่ใจเลยค่ะว่าคุณคงไม่ได้ต้องการซื้อของกับยูตั้งแต่แรก แต่นัดเพื่ออะไรไม่ทราบจริงๆ
--กล่าวหาว่าเห็นน้องกับแม่ยูใส่แว่นกันแดดเข้ามาทั้ง 2 คน สัญชาตญาณแปร่งๆ อะไรของคุณคะ
--ไม่แน่ใจในของ คุณช่วยอธิบายหน่อยสิคะ กระเป๋าผิดปกติตรงไหน คุณไม่บอกเลยว่าตรงจุดไหน เพราะคุณไม่รู้ไงคะ เพราะมันคือของแท้ ทำไมคุณไม่พูดถึงกระเป๋าที่ดูเลยคะ ทั้งที่คุณกับเพื่อนใช้เวลาดูพอสมควรแล้ว
--ส่วนที่ว่าเป็นคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาว่าคุณ ขอบอกนะคะว่าทั้งยูและน้องจ๊อยเป็นผู้มีหัวนอนปลายเท้าแน่นอนค่ะ เราพูดแต่เรื่องจริงมีหลักฐาน ไม่บิดเบือนหาความดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ไม่ใช้อคติ(ไม่ใช้สัญชาตญาณผิดๆ อคติส่วนตัว) มีมารยาท(ไม่เลือกจะดูกระเป๋ากลางโต๊ะอาหารในร้านอาหาร) ถึงจะอายุน้อยกว่าแต่มีวุฒิภาวะ ตรงต่อเวลา(การไม่รับสายบางครั้งไม่ใช้เรื่องเสียมารยาทนะคะถ้าหลับอยู่หรือติดธุระสำคัญ)
--สิ่งที่ยูและจ๊อยพาดพิงถึงคุณเป็นเรื่องจริง แต่คำพูดที่คุณกล่าวหา เช่นไม่แน่ใจว่ากระเป๋าแท้หรือเปล่า หาว่าเราไม่มีหัวนอนปลายเท้า นี่เป็นคำพูดของวิญญูชนหรือคะ พิจารณาตัวเองด้วยนะคะ ถ้ายังไม่ยอมจบเรื่องอีก ก้อขอให้เผชิญหน้ากัน มาพิสูจน์ว่ากระเป๋าแท้หรือไม่ คุณล่ะกล้าหรือเปล่า