เขียนจากประสบการณ์การขายของตนเองนะค่ะ ถ้าผิดกฏ ผิดห้อง บอกได้ค่ะ ยินดีลบทิ้งทันที
1. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ขาย ควรลงช่องทางการติดต่อไว้ให้มากที่สุด เช่น อีเมล์ เบอร์มือถือ หรือ BB PIN
2. การนัดรับเป็นช่องทางน่าจะเป็นการส่งสินค้าที่ดีที่สุด เพราะลูกค้าจะได้เห็นสินค้าจริงๆ และจะได้ไม่เจอปัญหาการขอคืนสินค้า
3. ถ้าสินค้านั้นยังไม่เข้า Catch Fake ถึงแม้จะระบุว่านำเข้าได้โดยไม่ต้องขอ ก็อย่าเพิ่งขายสินค้านั้นจนกว่าลูกค้าจะเป็นคนเอาไปพิสูจน์เอง
4. เมื่อลูกค้าโอนเงินแล้ว อัพเดทสมุดบัญชี หรือ ปริ๊นสกรีนเก็บไว้
5. ควรแพ็คสินค้า 2 ชั้นเป็นอย่างต่ำ ด้วยกระดาษหรือถุง เพราะลูกค้าบางท่านห่อ 2 ชั้นยังน้อยไป ไม่รวมกล่องพัสดุ
6. ควรถามลูกค้าก่อนว่า ถ้าแม่ค้าจะขอพับสินค้า จะเป็นอะไรไหม
7. ถึงแม้เราจะระบุว่าสินค้ามีตำหนิตรงไหน แต่ถ้าลูกค้า CF แล้ว ควรจะย้ำอีกที
8. ถ้าลูกค้าไม่มั่นใจในสินค้า ก็ยังไม่ต้องรับเงินจากลูกค้ามา เพราะแม่ค้าจะได้ไม่ต้องกังวลใจภายหลัง
สุดท้ายนี้คงจะไม่ขายอะไรในนี้อีกแล้วค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ^^
ขอแอบเพิ่มให้อีกข้อนึงค่ะ 9.เวลาลูกค้าติดต่อมา หากพลาดไม่ได้รับสาย ควรรีบติดต่อกลับ ห้ามหายตัวไปเฉยๆ
กำลังน้อยใจอะไรอยู่หรือเปล่าคะ คุณ Sayuri00 ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่อย่าเพิ่อคิดอะไรมากเลยคะ จริงๆแล้ว พี่ๆ น้องๆ ในนี้น่ารักมีอีกเยอะคะแต่อาจจะมีบ้างที่ไม่น่ารัก เราเองก็กำลังเจออยู่ตอนนี้คะ แต่ก็ไม่อยากคิดอะไรมาก สู้ สู้ นะคะ
ในฐานะแม่ค้า : สำหรับเรา เพียงแค่เวลาจะลงขาย ควรละรายละเอียดสินค้าให้มากที่สุด โดยเฉพาะ ตำหนิ ลงไว้เลยในกระทู้ แล้วแปะมันไว้แบบนั้นล่ะค่ะ เราไม่เคยลบ และมันไม่เคยมีปัญหา เพราะว่าได้แจ้งเอาไว้แล้ว เราว่าถ้าคนขายบริสุทธิ์ใจที่จะขายจริง ๆ มักไม่ค่อยมีปัญหาหรอกค่ะ
ในฐานะคนซื้อ : หลายทีที่อยากจะซื้อสินค้าหลายชิ้น แต่รูปที่แม่ค้าเอามาลง มันไม่ละเอียด บางรูปก็เล็กเกินไปที่จะมองเห็นรายละเอียดด้วยซ้ำ แม่ค้าบางท่านอาจจะคิดว่า สินค้ามันเป็นแบรนด์ดังอยู่แล้ว คนต้องเคยเห็นของจริง ๆ ในห้างแล้ว แต่อยากมาซื้อผ่านเว็บ เลยลงรูปแล้วก็เขียนแค่ไซส์บ้างอะไรบ้างก็พอ (ซึ่งมันก็พอสำหรับบางคนที่เคยเห็น เคยจับของจริงมาแล้ว) แต่เราว่าถ้าคุณลงรายละเอียดให้มากขึ้น เช่นว่า เนื้อผ้าเป็นยังไง ความยาว ขนาด (ถ้าสามารถวัดขนาดให้ได้) ก็จะช่วยให้ขายของได้ง่ายขึ้น และลดปัญหาในการซื้อขายได้ อีกอย่างมันเหมือนเป็นการช่วยลูกค้าด้วย เพราะบางทืแค่ลงว่าไซส์ เอส เอ็ม แอล แค่นี้มันไม่แน่ใจน่ะค่ะ ว่าจะใส่ได้ บางแบรนด์แพทเทิร์นเล็ก ใหญ่ไม่เท่ากัน ถ้าแม่ค้าคนไหนลงว่า อกไม่เกิน 34 ไม่เกิน 32 ก็จะดี เพราะอ่านแล้วรู้เลยว่า โอ้..ตัวนี้สวยจัง ชอบจังแต่ใส่ไม่ได้นะ ก็ช่วยกันตัดสินใจ ดีกว่าลูกค้าซื้อไปแล้วใส่ไม่ได้
อีกอย่าง อยากบอกจังค่ะว่า การขายของแพ็คคู่ ไม่ชอบเลยอะ คือว่ามันเป็นสิทธิ์ของแม่ค้า เราเข้าใจ และไม่เคยต่อว่าเลย แต่ก็อยากบอกว่าไม่ชอบเลย
ไม่รู้จะซื้อทำไม ถ้าชอบตัวเดียวแล้วต้องซื้อไปสองตัว หรือไม่ก็ขายของไซส์แอลคู่กับของไซส์เอส แหม ถ้าเราใส่ไซสืแออลได้ เราคงจะใส่ตัวที่เป็นเอสได้หรอก ถ้าขายแพ็คคู่ก็ควรต้องเป็นไซส์เดียวกัน หรือเป็นแบบที่น่าจะใส่คู่กันด้วยเนอะ แต่ทั้งนี้ก็บ่นไปงั้นแหละค่ะ เราไม่สามารถบังคับใครได้ แต่ก็มักจะไม่ซื้อถ้าขายแพ็คคู่
ขายของไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรมากมาย
1. บอกขนาด แจ้งตำหนิให้ชัดเจน ถ่ายรูปให้ชัดๆเอาให้กระแทกตาไปเลย
2. แม่ค้าก็อย่าทำตัวลึกลับ มีทางติดต่อหลายๆทางและติดต่อได้ตลอด
3. ขายได้แล้วก็อย่าพึ่งลบรูป มีปัญหาจะได้มีที่อ้างอิง
4. แพ็คของให้ลูกค้าอย่างดี
5.เงินลูกค้าที่โอนมาอย่าพึ่งเอาไปใช้ บางทีอาจเจอลูกค้าคืนของ
ถ้าทำขนาดนี้แล้วลูกค้ายังมีปัญหาจะเอาเงินคืนก็ต้องคืนเขาไป แต่ขอให้ลูกค้าเทคแคร์เรื่อง ค่าโอน ค่าไปรษณีย์
และค่าปลอบใจแม่ค้านิดหน่อย จงจำไว้เสมอว่า..ลูกค้าคือ ตัวนำเงินตัวนำทอง เอาใจไว้ให้ดี..โชคดีทั้งคนซื้อ-คนขายค้า
เราก็ขายสมัครเล่นในนี้มานานแล้วค่ะ
ลูกค้าน่ารักๆ เยอะค่ะ ^^ แต่ไม่ค่อยน่ารักก็เคยเจอ -*-
สิ่งที่เราทำเวลาลงขาย คือพยายามถ่ายรูปสินค้าให้เห็นชัดที่สุด และแจ้งตำหนิค่ะ
เวลาส่งของก็จะใส่ถุงก่อนหนึ่งชั้นแล้วค่อยใส่ซองค่ะ
ถ้าเป็นสินค้ามีมูลค่าก็จะซื้อกล่องใส่อีกชั้นหนึ่งค่ะ (คืออันนี้เราดูราคาสินค้าด้วยค่ะ ถ้าสินค้าราคาไม่เกินห้าร้อย ส่วนใหญ่ใส่ซองค่ะ)
แบบว่าแค่ค่ากล่อง ค่าส่ง ค่าเดินทาง บางทีก็ไม่คุ้มแล้ว (ถึงจะขายสมัครเล่นก็เถอะ ไม่ว่ากันเนอะ)
ให้ลูกค้าสอบถาให้พอใจก่อนค่ะ ไม่ยัดเยียดให้ซื้อนะค่ะ เพราะเราตั้งกติกาไว้ว่าไม่รับเปลี่ยนหรือคืน
เนื่องจากเสียเวลาทั้งสองฝ่ายค่ะ ส่งกันไปส่งกันมา เหนื่อยน่ะค่ะ
เดี๋ยวนี้กติกาอีกอย่างคือ เราให้สิทธิ์คนพร้อมโอนค่ะ ไม่ต้องจอง ไม่ต้อง CF เพราะเจอโรคเลื่อนบ่อยค่ะ
แล้วมันจิตตกน่ะค่ะ สมัยขายใหม่ๆ พอมีคน CF เราก็ดีใจนะค่ะ แพ็คของรอส่งเลย
ปรากฏรอไปสามสี่วัน เงียบหายเข้าไปกลีบเมฆ ตอนนี้เลยเปลี่ยนเป็นใช้วิธีนี้แทน สบายใจทั้งสองฝ่ายค่ะ
อีกอย่าง คือถ้าเป็นผู้ขาย ก็คงต้องทำตัวติดต่อง่ายหน่อยค่ะ ต้องหมั่นเช็ค PM or email นะค่ะ
เบอร์โทรศัพท์เราไม่ค่อยได้ลงไว้ค่ะ นอกจากถ้าสินค้าราคาสูง แล้วลูกค้าต้องการความมั่นใจก็จะหลังไมค์แจ้งไปค่ะ
เพราะเราทำงานประจำ บางทีไม่ค่อยสะดวกรับด้วยอีกอย่างหนึ่ง
ในกรณีที่เป็นผู้ซื้อ เราจะสอบถามสินค้าอย่างละเอียดค่ะ คือถ้าได้คำตอบมาแล้วไม่แน่ใจก็ไม่ซื้อค่ะ ถึงแม้ว่าจะชอบก็ตาม
เสียดายซื้อมาใส่ไม่ได้ แล้วต้องมาลงขายใหม่อีก แฮ่ๆ
ไม่รู้ว่าเจ้าของกระทู้เจออะไรมา ยังไงเป็นกำลังใจให้ค่ะ
:)
สำหรับเปิ้ลนะคะ เวลาขายของก็
1. ถ่ายตำหนิให้ชัดเจน หรือยังไงเวลาโทร.คุยก็ต้องบอกรายละเอียดให้ค่ะ เพราะไม่อยากมีปัญหาให้ปวดหัว ( แต่ก็มีลูกค้าที่ไม่น่ารักมากๆๆจึงต้องทำการโพสระบายไว้หน่อย แต่เราก็ให้เครดิตค้าค่ะที่จะไม่นำชื่อ Login หรือ เบอร์มือถือมาประจาน ถ้าไม่ทำทุเรสเกินกว่าจะรับได้ค่ะ
2. โอนเงินมาปุ๊ป ส่งของให้ปั๊ปค่ะ พร้อมบอกเบอร์ Tracking ทันที เปิ้ลว่าในห้อง Hi-Street เปิ้ลซื้อเสื้อผ้า เจอบ่อยมากค่ะที่ไม่บอก บางที 4 วันเข้าไปแล้วก็ยังไม่ได้จนเจ้าอื่นที่สั่งได้แล้ว พอโทร.ตาม รับปากเดี๋ยวจะส่งมาทาง SMS สุดท้ายก็หาย ( คิดว่าคงไม่อยากสั่งซื้อแล้ว กับท่านนี้ บางท่านถึงขนาดโกหกว่าส่งแล้วสุดท้ายยังไม่ส่งใปเป็น 8-9 วัน อันนี้อยากบอก Log-in มากๆๆ จำขึ้นใจเลย ว่าไม่มีทางซื้อกับคนๆๆนี้อีกแน่ๆๆ )
3. แพ็คของให้อย่างดีค่ะ
4. ไม่มีอะไรมาก คิดถึงใจเค้าใจเราค่ะ
ไม่ได้ขายเป็นอาชีพค่ะ เเต่เสื้อผ้าเยอะมากจนต้องเอามาขายทีนี้ เป็นทั้งลูกค้าเเละเเม่ค้า
เจอคนหลากหลายมาก ถือเป็นประสบการณ์ค่ะ